ค้นหาบล็อกนี้

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ผู้ว่าฯกทม.ยันปกป้องพื้นที่กรุงเทพฯเต็มที่ให้เสียหายน้อยที่สุด

(27 ต.ค. 54)1๔.๐๐น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในการประชุมสัมมนาชี้แจงสถานการณ์และแผนรองรับผลกระทบจากวิกฤติน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ ณ โรงแรมอินเตอร์ คอนติเนนตัล โดยผู้ว่าราชการกทม. ได้ชี้แจงถึงสถานการณ์น้ำและระบบการป้องกันและการระบายน้ำของ กทม.มีระบบการระบายน้ำที่สร้างไว้ก่อนหน้าค่อนข้างดี แต่สถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ขณะนี้มีหลายปัจจัยที่เป็นปัญหา โดยเฉพาะในภาวะที่น้ำทะเลหนุนสูงเป็นประวัติการณ์มาถึงระดับ 2.50 เมตรเท่าระดับแนวป้องกันคันกั้นน้ำและมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ รวมถึงปริมาณน้ำเหนือที่ผ่านมาทางรังสิต และนนทบุรี ส่งผลให้หลายพื้นที่เขตได้รับผลกระทบ ซึ่งกทม.ได้ประกาศให้ประชาชนอพยพเคลื่อนย้ายไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงแล้ว 3 เขต คือ เขตบางพลัด ดอนเมือง และเขตสายไหม และประกาศเตือนให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ 13 เขตที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้ง 4 เขตด้านตะวันออกที่ยังต้องเฝ้าระวัง คือ มีนบุรี คลองสามวา หนองจอก และลาดกระบัง ซึ่งอาจจะมีเขตที่ประกาศเป็นพื้นที่เฝ้าระวังเพิ่มเติมอีก
ทั้งนี้ ในการประชุมสัมมนาผู้ประกอบการภาคเอกชนประสงค์ให้ รัฐบาล และ กทม. ให้ความชัดเจนถึงพื้นที่ที่น้ำจะท่วมขังเพื่อวางแผนรับมือได้ถูกต้อง ขณะที่ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าเป็นเรื่องยากที่อาจจะคาดการณ์ได้ว่าน้ำจะท่วมหรือไม่ท่วมที่พื้นที่ใด แต่ กทม.กำลังพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะปกป้องพื้นที่เพื่อให้เกิดความเสียหายหรือกระทบน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยร่วมมือกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด ขณะนี้ให้ประชาชนมีความตื่นตัว และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา เมื่อเกิดเหตุขึ้นจะได้ไม่ตื่นตระหนกอันจะเป็นปัญหาจลาจล ซึ่งภาวะน้ำท่วมในกรุงเทพฯจะมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ไม่ไหลบ่ารุนแรงเหมือนในต่างจังหวัด อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการได้ให้กำลังใจและฝากความหวังแก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครที่ทุ่มเททำงานหนักในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ

--------------------------


วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ห่วงแนวป้องกันวัดปุรณาวาสส่อวิกฤต วอนประชาชนทวีวัฒนาอย่าประมาทเตรียมรับมือ

นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภากทม พร้อมนายสุไหง แสวงสุข สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตทวีวัฒนา ร่วมตรวจแนวป้องกันริมคลองมหาสวัสดิ์ บริเวณ วัดปุรณาวาส เขตทวีวัฒนา เมื่อวัน 26 ..54 ที่ผ่านมา ด้าน ประธานสภากทม. กล่าวห่วงแนวป้องกันวัดปุรณาวาสส่อวิกฤต ควรประเมินสถานการณ์และเฝ้าระวังใกล้ชิด วอนประชาชนทวีวัฒนาอย่าประมาทเตรียมรับมือ แนะพื้นที่เสี่ยงควรย้ายไปศูนย์พักพิงที่สำนักงานเขตทวีวัฒนาเตรียมไว้

วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เฝ้าระวัง 13 เขตริมเจ้าพระยา กรุงเทพเหนือและตะวันออกช่วงน้ำทะเลหนุนสูงปลายเดือนี้

(25 ต.ค.54) ที่ศาลาว่าการกทม. เวลา 22.00 น. : ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ช่วงนี้สถานการณ์น้ำน่าเป็นห่วงจากระดับน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงที่ระดับ 2.40 เมตรจากระดับ น้ำทะเลปานกลาง และทำลายสถิติระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ กทม.ขอยืนยันคำเตือนตามที่แจ้งให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองเชื่อมโยงแม่น้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และดำเนินการด้านต่างๆ เพื่อให้พร้อมรับมือกับระดับน้ำเจ้าพระยาที่จะสูงขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ ขณะที่ระดับน้ำในคลองสอง คลองหกวา เพิ่มขึ้น 5 ซม. ทำให้ระดับน้ำในคลองดังกล่าวสูง 2.43 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง คลองทวีวัฒนาสูงเพิ่มอีก 7 ซม. รวมเป็น 2.11 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งประเมินแล้วว่าระดับน้ำในคลองจะไม่ลดลงต่อจากนี้ไป

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และขอให้ทุกฝ่ายเตรียมตัวให้พร้อมรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น โดยพื้นที่ที่จะต้องเฝ้าระวังและดูแลเป็นพิเศษ คือ 13 เขตริมเจ้าพระยา และพื้นที่กรุงเทพเหนือ รวมถึง 4 เขตด้านตะวันออก ได้แก่ ลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี คลองสามวา คันนายาว บางเขน สายไหม ดอนเมือง จตุจักร บางซื่อ หากมีพื้นที่อื่นๆ จะแจ้งในทราบในโอกาสต่อไป นอกจากนี้ กทม.ได้เสริมแนวคันกั้นน้ำบริเวณโรงพยาบาลศิริราช จาก 3 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็น 3.5 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และบริเวณหน้าพระบรมมหาราชวังซึ่งสร้างคันกั้นบริเวณท่าราชวรดิษฐ วางแนวป้องกันสูง 3 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยกทม.จะเน้นเฉพาะบางพื้นที่เท่านั้น เนื่องจากไม่สามารถสร้างแนวป้องกันตลอดสองฝั่งเจ้าพระยา 80 กิโลเมตรได้

ทั้งนี้ กทม.แจ้งไปยังกระทรวงการต่างประเทศถึงข้อห่วงใยในความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของเอกอัครราชทูต และทูตานุทูต ประจำกรุงเทพมหานคร และทำเนียบเอกอัครราชทูตประจำกรุงเทพมหานคร โดยกทม.จะทำงานร่วมกับกรมการกงสุล โดยให้สำนักงานเขตเข้าพบทูตานุทูตและเจ้าหน้าที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและซักซ้อมความเข้าใจกับสิ่งที่จะต้องปฏิบัติในระหว่างนี้

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวด้วยว่า กทม.ได้ยกร่างหนังสือถึง ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ศปภ.) ในความร่วมมือหลายเรื่อง ซึ่งเป็นวิธีการที่จะดูแลแก้ไขปัญหาต่างๆ ในพื้นที่กทม.อย่างครบวงจร ไม่ได้เลี่ยงว่าไม่ให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ แต่สิ่งสำคัญคือ จะต้องมีวิธีบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้น้ำผ่านพื้นที่กรุงเทพฯ ไปยังพื้นที่อื่นอย่างสมเหตุสมผล รวมถึงการยืนยันให้กรมชลประทาน เปิดประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำให้ครบทุกแห่งเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเร็ว ทั้งนี้ กทม.ขอขอบคุณ ศปภ.ที่ตอบสนองข้อเรียกร้องของกทม. เช่น การเปิดประตูระบายน้ำหนองจอก และประตูระบายน้ำประเวศบุรีรมย์ของกรมชลประทาน เพื่อช่วยระบายน้ำพื้นที่ทางเหนือให้ออกไปยังพื้นที่ตะวันออกมากที่สุด

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ตรวจประสิทธิภาพการระบายน้ำพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน

(24 ต.ค.54) ที่สถานีสูบน้ำพระโขนง เวลา 12.00 น. : นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจอุโมงค์ยักษ์พระราม9 สถานีสูบน้ำพระโขนง เพื่อหารือและวางแนวทางในการเร่งระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งสถานีสูบน้ำพระโขนงจะทำการสูบน้ำจากคลองลาดพร้าว คลองแสนแสบและคลองประเวศ ลงสู่คลองพระโขนงก่อนจะผันน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยอุโมงค์และประตูระบายน้ำพระโขนงมีประสิทธิภาพในระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา รวมประมาณ 215 ลบ.ม./วินาที กทม.ได้เดินเครื่องสูบน้ำอย่างเต็มกำลังความสามารถมาโดยตลอด พร้อมทั้งเปิดประตูระบายน้ำทุกแห่งเพื่อช่วยเร่งระบายน้ำแล้ว แต่ในส่วนของประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนายังไม่สามารถเปิดประตูได้เต็มที่ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณเลียบคลอง อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวด้วยว่า หากเกิดภาวะน้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ จะไม่ท่วมพร้อมกันทั้ง 50 เขต และจะท่วมไม่นานเหมือนจังหวัดอื่นๆ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมระบบระบายน้ำของกทม.ว่า มีประสิทธิภาพในการระบายน้ำได้ดี พร้อมทั้งให้กทม.ประสานความร่วมมือกับกองทัพในการบริหารการจัดการน้ำร่วมกัน รวมทั้งให้กทม.สำรวจแนวคั้นกั้นน้ำทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่จังหวัดนนทบุรีจนถึงพื้นที่ของกทม.ให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำ

ด้าน ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า ขณะนี้ห่วงสถานการณ์น้ำบริเวณคลองหนึ่ง คลองสอง ซึ่งเชื่อมคลองรังสิต เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อเขตสายไหม ทั้งนี้จากการบินสำรวจพบว่าน้ำจากทุ่งรังสิตได้ไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ ด้านตะวันออก

ขณะที่น้ำในพื้นที่ตะวันตกของกทม.กำลังระบายสู่แม่น้ำท่าจีน ขณะเดียวกันระดับน้ำที่อยุธยามีแนวโน้มลดลง 1-2 ซม. ซึ่งกองทัพจะมีการปรับกำลังทหารที่ทำงานรอบนอกพื้นที่กรุงเทพฯ เข้ามาสนับสนุนการปฏิบัติการป้องกัน แก้ไข และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามจุดสำคัญต่อไป

ขอแรงอาสาสมัครร่วมบรรจุกระสอบทรายแนวป้องกันเขตสายไหม

พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแจ้งว่า กทม.ต้องการอาสาสมัครจำนวนมากช่วยบรรจุกระสอบทราย ณ รร.ฤทธิยะวรรณาลัย 2 ซอยสายไหม 43 เนื่องจากแนวคันกั้นน้ำเขตสายไหมต้องตั้งกระทรายเพิ่มอีก 1 แถว จำนวน 300,000 กระสอบ ภายในคืนนี้

----------------

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ผู้ว่าฯกทม.เร่งสูบน้ำลงสู่คลองเปรมประชากรหลังควบคุมระดับน้ำในคลองประปาได้

(23 ต.ค. 54) เวลา 14.00 น. : ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ศูนย์พักพิงโรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 1และ 2 ชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ ซึ่งมีประชาชนในชุมชนเคหะทุ่งสองห้องอพยพมาพักอาศัยทั้ง 2 ศูนย์ กว่า 1,000 คนพร้อมทำความเข้าใจถึงปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นว่า เป็นผลสืบเนื่องมาจากน้ำล้นคลองประปาเข้าท่วมพื้นที่ทำให้ 28 ชุมชน กว่า 3,000ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อน โดยขณะนี้ระดับน้ำสูงสุดอยู่ที่ระดับ 30-70 เซนติเมตรตามแต่พื้นที่ แต่หลังจากศปภ.ประกาศว่าสามารถควบคุมระดับน้ำในคลองประปาได้แล้ว เป็นสัญญาณที่ดีของกทม.ที่จะเร่งสูบน้ำออกสู่คลองเปรมประชากร และประสานกับการประปานครหลวง(กปน.)อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ควบคุมระบบน้ำในคลองประปาให้อยู่ในระดับปกติ ส่วนกรณีประชาชนข้องใจว่ากทม.ไม่สูบน้ำออกจากพื้นที่นั้นเป็นเพราะเครื่องสูบน้ำ 4 เครื่องที่คลองตาอูฐ มีระบบไฟฟ้าอยู่ใต้น้ำทำให้กทม.ต้องปิดระบบชั่วคราว เนื่องจากเกรงว่าอาจเกิดไฟฟ้าช็อตได้ ทั้งนี้ขอให้ประชาชนยังคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสถานการณ์บริเวณคลองปะปาจะเริ่มคลี่คลาย

สำหรับเคหะทุ่งสองห้องมีชุมชนทั้งหมด 28 ชุมชนมีทั้งหมด 3,628 ครัวเรือนมีประชาชนประมาณกว่า 10,000 คน และศูนย์พักพิงในเขตหลักสี่มีทั้งหมด 11 แห่งรองรับประชาชนได้ 10,000 คน ซึ่งแม้พื้นที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ยังคงต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าต้องเคลื่อนย้ายประชาชนหรือไม่ เนื่องจากว่าการอยู่รวมกันอย่างแออัดจะส่งผลให้เกิดโรคระบาดขึ้นได้

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กทม. เดินหน้าป้องกันน้ำเต็มที่ พร้อมกอบกู้พื้นที่พ้นวิกฤต

(21 ต.ค. 54) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนา ตรวจระดับน้ำท่วมขังบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (สถานที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้อพยพที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจากอุทกภัย) ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม จากนั้นตรวจความคืบหน้าการเสริมแนวคันกั้นน้ำบริเวณริมคลองหกวาสายล่าง เขตสายไหม

เปิดประตูระบายน้ำคลอง 2 เพิ่มอีก 10 ซม. เป็น 1.30 ม.

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เช้าวันนี้ประมาณ 10.00 น. กรุงเทพมหานครได้เปิดประตูระบายน้ำคลอง 2 สูง 1.20 ม. ระดับน้ำนอกประตูอยู่ที่ 2.09 ซม. ซึ่งขณะนี้กรุงเทพมหานครได้เปิดประตูระบายน้ำสูงขึ้นเป็น 1.30 ม. พบว่าระดับน้ำนอกประตูระบายน้ำเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 2.13 ม. เพิ่มขึ้น 4 ซม. ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าน้ำเหนือกำลังเข้าสู่ระบบน้ำและคลองของกรุงเทพมหานคร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนได้ สำหรับการเสริมแนวคันกั้นน้ำบริเวณริมคลองหกวาสายล่างนั้นขณะนี้ได้เสร็จสมบูรณ์แล้วความเหลือเพียงความหนาที่ต้องเพิ่มให้แข็งแรงมากขึ้น ซึ่งที่เสร็จล่าช้ากว่ากำหนดเกิดจากปัญหาการจราจรบริเวณดังกล่าวติดขัดค่อนข้างมาก

ชาวดอนเมืองที่ได้รับผลกระทบอพยพไปศูนย์พักพิงกว่า 1,300 คน

สำหรับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่คลองประปานั้นขณะนี้ปริมาณน้ำได้เพิ่มขึ้น ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครได้ประสานไปยัง ศปภ. แล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ รวมถึงแบริเออร์ที่พังก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งอาจส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ มีประชาชนเริ่มอพยพไปยังศูนย์พักพิงของกรุงเทพมหานครในพื้นที่เขตดอนเมืองแล้ว โดยพักที่วัดเวฬุวราราม 800 คน และโรงเรียนดอนเมือง 560 คน รวมเป็น 1,360 คน และคาดว่าอาจมีประชาชนได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งจะได้ประสานไปยัง ศปภ. อีกครั้งให้รีบดำเนินการป้องกันและแก้ไข ซึ่งกรุงเทพมหานครไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้เนื่องจากเป็นพื้นที่ของการประปา แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ส่งเจ้าหน้าให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอดเวลา และพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานบริเวณดังกล่าวอย่างเต็มที่

เร่งซ่อมแนวคันกั้นน้ำถนนพหลโยธินตัดคลองรังสิต

นอกจากนี้จุดที่น่าเป็นห่วงอีกจุดหนึ่งคือบริเวณถนนพหลโยธินตัดกับคลองรังสิต ซึ่งมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น 50 ซม. น้ำเริ่มซึมผ่านแนวคันกั้นน้ำที่กรุงเทพมหานครสร้างไว้ไหลเข้าสู่ถนนแล้ว กรุงเทพมหานครได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปซ่อมแซมแนวกระสอบทรายแล้ว เพราะถือเป็นด่านสำคัญในการป้องกันน้ำเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ หากแนวคันกั้นน้ำบริเวณดังกล่าวไม่สามารถป้องกันน้ำไว้ได้จะส่งผลให้น้ำไหลเข้าสู่ถนนวิภาวดีรังสิต พื้นที่อนุสรณ์สถาน และดอนเมืองต่อไป

ดังนั้น อยากขอให้ทุกคนและทุกฝ่ายร่วมมือกันป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในทิศทางเดียวกัน อย่าได้พูดหรือปล่อยข่าวที่ไม่เป็นความจริงเพราะจะสร้างความเสียหายและเข้าใจผิดระหว่างกัน อีกทั้งจะเป็นการสร้างความตื่นตระหนกตกใจให้ประชาชนด้วย

ผู้ว่าฯกทม.หวั่นสถานการณ์น้ำ 4 จุด

(21 ต.ค.54) ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า กรุงเทพมหานครยังคงมีข้อกังวลใน 4 เรื่อง คือ ปัญหาที่ถนนพหลโยธินตัดคลองรังสิต จ.ปทุมธานี ซึ่งขณะนี้มีน้ำเอ่อเข้าถนนถึงเซียร์รังสิตแล้ว แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปติดตามและแก้ไข กรุงเทพมหานครจึงเข้าไปดำเนินการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยจัดส่งทีมงานเข้าไปตรวจสอบ แต่ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ ซึ่งปัญหาหลักคือ กรุงเทพมหานครขาดบุคคลากร และทรัพยากร เช่น ทราย กระสอบทราย ซึ่งกำลังคนส่วนใหญ่ได้อยู่ที่สายไหมเพื่อสร้างแนวป้องกัน กรุงเทพมหานครจึงไม่มีกำลังเพียงพอที่จะสามารถเข้าไปดำเนินการได้ โดยเบื้องต้นได้ประสานงานกับปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอให้จัดกำลังคนเข้าไปเสริม ซึ่งทางปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ตกลงว่าจะส่งคนมาให้ 1,000 คน ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งหากยังไม่สามารถแก้ไขตรงจุดนี้ได้ น้ำจะเอ่อล้นที่คลองเปรมประชา จะส่งผลกระทบต่อประชาชนในกรุงเทพมหานคร

เร่งทำคันกั้นน้ำคลองหกวา คาดเสร็จทันรับมวลน้ำพรุ่งนี้

สำหรับเขตสายไหม บริเวณคลองสอง และคลองหกวา ระดับน้ำทรงตัวตั้งแต่ช่วงบ่าย แต่ยังเป็นห่วงอัตราการเพิ่มของน้ำ ซึ่งระดับน้ำจะเพิ่ม 12 ซม.ใน 1 วัน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมาก ขณะนี้แนวคันกั้นน้ำที่คลองหกวาใกล้เสร็จแล้ว เหตุที่ล่าช้าเนื่องจากถนนคับแคบทำให้รถบรรทุกทรายขนาดใหญ่เข้าออกลำบาก แต่คาดว่าเช้าพรุ่งนี้จะแล้วเสร็จทันรับมวลน้ำที่จะเข้ามา

หวั่นน้ำตลบเข้าทางกรุงเทพฯตะวันตก หากระดับน้ำสูงถึง 2.50 เมตร

ด้านกรุงเทพฯตะวันตก ระดับน้ำในคลองมหาสวัสดิ์สูง 2 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ขณะนี้มีน้ำจากทางเหนือเข้ามาเป็นจำนวนมาก หากระดับน้ำสูงถึง 2.50 เมตร จะมีปัญหาน้ำตลบโอบเข้ามาข้างหลัง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานครจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ระดับน้ำคลองประปาเริ่มคลี่คลาย เร่งระบายลงคลองบางซื่อและคลองสามเสน

ส่วนสถานการณ์น้ำในคลองประปายังคงเป็นห่วงอยู่ แม้ขณะนี้ระดับน้ำได้คลี่คลายไปในระดับหนึ่ง โดยกรุงเทพมหานครเร่งระบายน้ำลงคลองบางซื่อและคลองสามเสน หากระบายน้ำได้อย่างต่อเนื่องก็จะทำให้ระดับน้ำลดลง ซึ่งทางการประปาแจ้งว่าภายในวันพรุ่งนี้จะแก้ไขปัญหาได้ ทั้งนี้จุดที่เป็นปัญหาอยู่นอกเขตอำนาจของกรุงเทพมหานคร จึงไม่สามารถเข้าไปจัดการได้อย่างเต็มที่ ทำให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในกรุงเทพมหานคร

ประชาชนย่านดอนเมือง เลือกเข้าพักศูนย์พักพิงใกล้บ้าน

สำหรับศูนย์พักพิงในขณะนี้มีประชาชนเข้ามาพักที่ศูนย์พักพิงเฉพาะในเขตดอนเมืองจำนวน 1,492 คน โดยโรงเรียนเวฬุวนาราม มีประชาชนเข้ามาพักมากถึง 800 คน ขณะที่ศูนย์พักพิงดังกล่าวสามารถรองรับได้ 500 คน เนื่องจากประชาชนอยากอยู่ใกล้บ้านทำให้เกิดปัญหาสถานที่คับแคบ ส่วนที่เขตหลักสี่ มีประชาชนมาลงทะเบียนจำนวน 1,000 คน แต่เป็นเพียงสำรองสิทธิ โดยเข้ามาพักจริงที่โรงเรียนเคหะท่าทรายเพียง 3 คน เท่านั้น