ค้นหาบล็อกนี้

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เสริมสมรรถนะครูกทม. สร้างเด็กดีมีคุณภาพโตไปไม่โกง

เสริมสมรรถนะครูกทม. สร้างเด็กดีมีคุณภาพโตไปไม่โกง

ใช้ศิลปะ ละคร และดนตรี เป็นเครื่องมือการเรียนการสอนปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม แก่เด็ก ป. 4 ป. 6 ในโรงเรียนสังกัดกทม. ให้เห็นความสำคัญและร่วมต้านคอร์รัปชั่นในสังคม พร้อมทั้งสร้างรากฐานอันดีงามแก่เด็กซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณประโยชน์ต่อส่วนรวม ดำเนินชีวิตอย่างรับผิดชอบและพอเพียง

(26 ก.ค. 54) นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย รศ.ดร.จุรี วิจิตรวาทการ ประธานศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมการใช้เครื่องมือในการเรียนการสอนหลักสูตร โตไปไม่โกง แก่ครูระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครทั้ง 436 แห่ง ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2627 ก.ค. 54 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โดยใช้ศิลปะ ละคร และดนตรี เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ช่วยถ่ายทอดเนื้อหาสาระผ่านกิจกรรมเรื่องจริงผ่านตา โตไปไม่โกง Book Club บทบาทสมมติ คนดีทำดี ชีวิตพอดีมีความพอเพียง เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและฝึกทักษะให้ครูเกิดความชำนาญในการสอน สามารถถ่ายทอดเนื้อหาสาระตามหลักสูตรแก่เด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการปลูกฝังให้เด็กมีทัศนคติที่ดีในการดำเนินชีวิต มีความซื่อสัตย์สุจริต ร่วมต่อการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกระดับ และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณภาพต่อไป กิจกรรมการอบรม ประกอบด้วย การเสวนาคุณค่าความเป็นครูกับการสร้างชาติ สร้างชาติด้วยความดี ดูละครแล้วย้อนดูตัว แรงบันดาลใจในการทำความดี Workshop เครื่องมือการเรียนรู้ช่วยถ่ายทอดเนื้อหาสาระ และสรุปการเรียนรู้

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ร่วมกับศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย จัดทำโครงการโรงเรียนสีขาวหลักสูตร โตไปไม่โกง เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมในการป้องกันปัญหาทุจริตสำหรับเด็กนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งปีแรกจัดการเรียนการสอนแก่เด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 3 และในปีนี้เป็นปีที่ 2 กำหนดจัดการเรียนการสอนแก่นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 46 สำหรับเนื้อหาหลักสูตรจะครอบคลุมความดี 5 ประการที่ช่วยในการสร้างชาติและต่อต้านทุจริต ได้แก่ ความซื่อสัตย์สุจริต การมีจิตสาธารณะ ความเป็นธรรมทางสังคม กระทำอย่างรับผิดชอบ และเป็นอยู่อย่างพอเพียง โดยลักษณะการเรียนการสอนจะเน้นกิจกรรมที่ให้ความสนุกสนานและสร้างสรรค์กระตุ้นให้เด็กคิดอย่างมีเหตุผล ซึมซับคุณค่าแห่งความดีอย่างเป็นธรรมชาติ สร้างความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ภูมิใจในการทำความดี รังเกียจคนโกงและคนเก่งแต่โกง

รอง ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า การปลุกจิตสำนึกและปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ในสังคมถือเป็นการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันแก่เด็กซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคล ที่มีความสำคัญให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณค่าในอนาคต อีกทั้งสร้างสรรค์สิ่งดีและทำประโยชน์แก่สังคม ซึ่งครูเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในการช่วยขับเคลื่อนให้เด็กคิดดี ทำดี มีจิตสาธารณะร่วมสร้างสังคมปลอดคอร์รัปชั่น ซึ่งในวันที่ 2829 ก.ค. จะจัดฝึกอบรมการใช้เครื่องมือในการเรียนการสอนหลักสูตร โตไปไม่โกง แก่ครูระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และวันที่ 23 ส.ค. จัดอบรมแก่ครูระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นอกจากนี้ในอนาคตจะจัดการเรียนการสอนหลักสูตรโตไปไม่โกงให้ครอบคลุมระดับชั้นมัธยมศึกษาต่อไป

กทม. จัดอบรมแกนนำชุมชนเพื่อลดปัญหาความรุนแรงในเด็กและสตรี

กทม. จัดอบรมแกนนำชุมชนเพื่อลดปัญหาความรุนแรงในเด็กและสตรี

(26 ก.ค. 54) เวลา 09.00 น. : พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดโครงการอบรมแกนนำชุมชนเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาความรุนแรงในชุมชน โดยมี คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร นพ.สราวุฒิ สนธิแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ นพ.พิพัฒน์ เกรียงวัฒนศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิรินธร คณะผู้บริหารโรงพยาบาลสิรินธร แพทย์ พยาบาล และผู้แทนชุมชนในเขตประเวศ จำนวน 100 คน ร่วมงาน ณ ห้องประชุมคุณหญิงหรั่ง กันตารัติ โรงพยาบาลสิรีธร เขตประเวศ

กรุงเทพมหานคร โดยโรงพยาบาลสิรินธร สำนักการแพทย์ จัดโครงการอบรมแกนนำชุมชนเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาความรุนแรงในชุมชน เพื่อสร้างความตระหนักและปลูกจิตสำนึกร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลและชุมชน ในการร่วมกันแก้ไขปัญหาความรุนแรงในเด็กและสตรีในระดับเครือข่าย รวมทั้งให้ชุมชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความรุนแรง และสามารถประเมินข้อบ่งชี้เบื้องต้นในการกระทำรุนแรงต่อเด็กและสตรีเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ถูกกระทำรุนแรงได้ทันท่วงที โดยจะมีการอบรมเชิงวิชาการและการบรรยายโดยวิทยากรจาก ศูนย์พิทักษ์เด็กและสตรี กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรม

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรีได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นและมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี การอบรมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการช่วยกันแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรีในระดับเครือข่ายอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งมาตรการของการลดความรุนแรงในสังคม และเป็นการสร้างสังคมให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อไป

กทม. รับมอบทุนการศึกษาจากมูลนิธิมายาเดวี กุกเรยา

กทม. รับมอบทุนการศึกษาจากมูลนิธิมายาเดวี กุกเรยา

(26 ก.ค. 54) ณ ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) : ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีรับมอบทุนมูลนิธิมายาเดวี กุกเรยา จากนายสันต์ กุกเรยา ประธานมูลนิธิฯ เพื่อมอบให้กับนักเรียนในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งปีนี้นับเป็นปีที่ 13 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาของนักเรียน ที่มีความประพฤติดี เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ศึกษาต่อตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6

สำหรับปีการศึกษา 2554 มูลนิธิมายาเดวี กุกเรยา มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีความประสงค์จะเรียนต่อระดับชั้นมัธมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 10 ทุนๆ ละ 10,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 100,000 บาท โดยมีนักเรียนที่เข้ารับทุน ได้แก่ 1. นางสาวอัจฉรา คงเจริญสุข โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ เขตจตุจักร 2. นายปัญจวุฒิ เมฆมณฑา โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ เขตจตุจักร 3. นางสาวบัว มาลีเมาะ โรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิ เขตบางกะปิ 4. นางสาวพัชนีภรณ์ แก้วคำ โรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิ เขตบางกะปิ 5. นางสาวจีรวรรณ สุริสุข โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ เขตประเวศ 6. นายอภิวัฒน์ สังข์พาลี โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ เขตประเวศ 7. นางสาวอ้อย ตุ่นยิ้ม โรงเรียนวิชูทิศ เขตดินแดง 8. นายมนัสวี กอเซ็มมูซอ โรงเรียนมัธยม นาคนาวาอุปถัมภ์ เขตสวนหลวง 9. นางสาวสุกัญญา อ้นปรางค์ โรงเรียนมัธยมปุรณาวาส เขตทวีวัฒนา และ 10. นางสาวพัชนิดา ดวงจันทร์ โรงเรียนวัดสุทธาราม เขตคลองสาน

สภากทม.ต้อนรับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจากจังหวัดกระบี่ ในโอกาสศึกษาดูงานการปกครองส่วนท้องถิ่นแบบพิเศษ




สภากทม.ต้อนรับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจากจังหวัดกระบี่ ในโอกาสศึกษาดูงานการปกครองส่วนท้องถิ่นแบบพิเศษ

(26 ..54 ) เวลา 11.30 น. : นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภากรุงเทพมหานคร พร้อมคณะสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนภาคประชาชนในจังหวัดกระบี่ จำนวน 200 คน พร้อมด้วยนายสฤษฎ์ เกี่ยวข้อง รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดกระบี่ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม เนื่องในโอกาสมาศึกษาดูงานการปกครองส่วนท้องถิ่นแบบพิเศษ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ในอนาคตทางสภากรุงเทพมหานครและจังหวัดกระบี่มีความเป็นไปได้ที่จะทำสัญญา MOU ร่วมกันเพื่อแลกเปลี่ยนการบริหารงานในด้านต่างๆต่อไป

กรรมาธิการวิทยาศาสตร์ฯ วุฒิสภา เยี่ยมชมระบบ CCTV กทม.

กรรมาธิการวิทยาศาสตร์ฯ วุฒิสภา เยี่ยมชมระบบ CCTV กทม.

(26 ก.ค.54) ที่ห้องควบคุมระบบจราจร ศาลาว่าการกทม. เวลา 10.00 น. : ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ ดร.นิลวรรณ เพชระบูรณิน ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา ในโอกาสเยี่ยชมและศึกษาดูงานระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการบูรณาการระบบ CCTV เพื่อป้องกันเหตุร้ายและสถานการณ์ความไม่สงบ ตลอดจนการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เนื่องจาก CCTV เป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสมและจำเป็นอย่างยิ่งในการป้องกันและปราบปราบเหตุร้าย อีกทั้งมีการเชื่อมโยงข้อมูลไปยังหน่วยงานความมั่นคงได้สะดวก ฉับไว ทันเหตุการณ์ ซึ่งหากมีการบริหารจัดการระบบอย่างบูรณาการ จะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อยกระดับการให้บริการประชาชนที่มีประสิทธิภาพต่อไป

ทั้งนี้ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อศึกษาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านผ่านการสัมมนาระดมสมอง จำนวน 3 ครั้ง ร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และกรุงเทพมหานคร เพื่อบูรณาการการทำงานของ CCTV ในจุดสำคัญทั่วทุกมุมเมืองของกรุงเทพฯ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยสร้างความปลอดภัยและอุ่นใจให้กับคนกรุงเทพฯ มากยิ่งขึ้น

อนึ่ง เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.54 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เป็นประธานการติดตั้ง CCTV ตัวที่ 10,000 บริเวณวิคตอรี่พ้อยท์ (Victory Point) อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และขณะนี้ กทม.ได้เร่งรัดติดตั้ง CCTV บริเวณจุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทาง จุดเสี่ยงภัย สถานศึกษา โรงพยาบาล แหล่งชุมชน และสถานที่สำคัญทั่วกรุงเทพฯ ให้ครบ 20,000 กล้อง ภายในวันที่ 5 ธ.ค.55 ตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ กทม.แผนงานที่จะเชื่อมโยง CCTV กับภาคเอกชน เพื่อสร้างเครือข่าย CCTV ในการเฝ้าระวังความปลอดภัยของกรุงเทพฯ จำนวน 200,000 กล้อง เพื่อประโยชน์ในการติดตามตรวจสอบและเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

27 ก.ค. นี้ ประชุมสภากทม. พิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2555 จำนวน55,000 ล้านบาท

(25 ก.ค. 54) นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภากรุงเทพมหานคร แจ้งว่า จะเปิดประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 3 (ครั้งที่ 3) ประจำปี พ.ศ. 2554 ในวันพุธที่ 27 ก.ค. 54 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร โดยมีวาระการประชุมเพื่อพิจารณา ญัตติของนายเสริฐ ทองนุ่น สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางกะปิ และคณะ เรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครปรับปรุงทางเดิน ค.ส.ล. ริมคลองทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร และญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 จำนวน 55,507.97 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามอาจมีญัตติด่วนด้วยวาจาที่สมาชิกสภากรุงเทพมหานครเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา ซึ่งต้องติดตามรายละเอียดตามความจำเป็นต่อไป

ตั้งอนุกรรมการฯ ติดตามและประเมินผลโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ในเขตกรุงเทพมหานคร

อนุกรรมการฯ ติดตามงานเฉลิมพระเกียรติฯ ในกรุงเทพฯ เตรียมลงพื้นที่ติดตามผลประเมินผล 29 โครงการ หลังหลายหน่วยงานดำเนินโครงการมาระยะหนึ่ง ด้านกทม. เพิ่มเติมอีก 8 โครงการ เฉลิมพระเกียรติถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นายมานิต เตชอภิโชค ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล กทม. ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและประเมินผลด้านพิธีและโครงการ/กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ในเขตกรุงเทพมหานคร ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งประกอบด้วย หน่วยงานในสังกัดกทม. และสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อแจ้งให้ทราบถึงแนวทางการประเมินผลโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ในเขตกรุงเทพมหานคร ภายหลังจากปลัดกระทรวงมหาดไทยในฐานะประธานกรรมการฝ่ายติดตามและประเมินผลการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลด้านพิธีและโครงการ/กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฝ่ายติดตามและประเมินผล ในการรวบรวม และติดตามประเมินผลการจัดกิจกรรมด้านพิธีและโครงการ รวมถึงกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ในเขตกรุงเทพมหานครให้สอดคล้องกับแนวทางการติดตามและประเมินผลการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ที่คณะกรรมการฝ่ายติดตามและประเมินผลกำหนด ตลอดจนรายงานการติดตามและประเมินผล รวมทั้งปัญหาอุปสรรคเสนอคณะกรรมการฝ่ายติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

หลายหน่วยงานในพื้นที่กทม. จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติถวายแด่พระเจ้าอยู่หัว

ปัจจุบันหลายหน่วยงานในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้จัดให้มีโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 รวมจำนวน 29 โครงการ อาทิ การสร้างซุ้มเฉลิมพระเกียรติฯ ในเขตกรุงเทพมหานคร การประดับตกแต่งธงทิว โคมไฟ และตราสัญลักษณ์ การจัดสร้างเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกฯ การจัดพิมพ์ธนบัตรที่ระลึก จัดพิมพ์ตราไปรษณียากรที่ระลึก การจัดมหกรรมดนตรีเฉลิมพระเกียรติฯ โครงการบูรณะและพัฒนาสำนักเรียนวัดโมลีโลกยารามราชวรวิหารเฉลิมพระเกียรติฯ โครงการจัดหาเครื่องมือแพทย์เฉลิมพระเกียรติฯ การแสดงโขนเฉลิมพระเกียรติฯ เรื่อง รามเกียรติ์ ชุดพ่อของแผ่นดิน เทศกาลภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ โครงการพิพิธภัณฑ์อู่เรือหลวงเฉลิมพระเกียรติฯ กิจกรรมสนับสนุนพันธุ์ไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 เฉลิมพระเกียรติฯ โครงการจัดสร้างหอบังคับการบิน ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง และโครงการมอบกรรมสิทธิ์โค กระบือ และไถ่ชีวิตโค กระบือ เฉลิมพระเกียรติฯ

กทม. เพิ่มอีก 8 โครงการเฉลิมพระเกียรติยิ่งใหญ่

ในส่วนของกรุงเทพมหานครได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร จัดโครงการและกิจกรมเฉลิมพระเกียรติฯ เพิ่มเติม ซึ่งคณะกรรมการฝ่ายโครงการและกิจกรรม เห็นชอบให้เข้าร่วมเป็นโครงการ/กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 8 โครงการ ประกอบด้วย โครงการจัดตั้งศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุและโรงพยาบาลบางขุนเทียน โครงการศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินเฉลิมพระเกียรติ โครงการ “100 ล้านความดี 100 ปีลูกเสือไทย เทิดไท้องค์พระประมุขคณะลูกเสือแห่งชาติ โครงการโรงเรียนสีขาว (Anti-Corruption) โครงการถวายปณิธานล้านหัวใจรักษ์วินัยจราจร โครงการก่อสร้างสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ (บางบอน) โครงการก่อสร้างศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา (บางบอน) และโครงการก่อสร้างศูนย์กีฬาในร่มเพื่อเป็นเจ้าภาพฟุตซอลโลก ปี 2555

ติดตามต่อเนื่องและประเมินผลเป็นระยะ

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ จะลงพื้นที่เพื่อติดตามและประเมินผลสำเร็จของโครงการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นระยะ โดยแบ่งเป็น การประเมินผลสำเร็จของโครงการระยะสั้นที่ดำเนินงานแล้วเสร็จภายใน 1 ปี และประเมินผลสำเร็จของโครงการระยะยาวที่มีระยะเวลาดำเนินงานมากกว่า 1 ปี เพื่อให้การจัดโครงการและกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติมีความสมบูรณ์ และสมพระเกียรติ