ค้นหาบล็อกนี้

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

กทม. โชว์ผลงานโครงการห้องเรียนพ่อแม่ ประจำปี54

กทม. โชว์ผลงานโครงการห้องเรียนพ่อแม่ ประจำปี54

(28 ส.ค. 54) เวลา 13.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมโครงการห้องเรียนพ่อแม่ “ลูกไม้หล่นใกล้หรือไกล..อยู่ที่คุณ” และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการประจำปี 54 จำนวน 12 แห่ง โดยมี หม่อมดุษฎี บริพัตร ณ อยุธยา ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายอรรถพร สุวัธนเดชน ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักการศึกษา และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมงาน ณ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์

สำนักการศึกษา กทม. ได้ดำเนินโครงการห้องเรียนพ่อแม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยในปีนี้มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 12 แห่ง จาก 6 กลุ่มเขตของกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย โรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษก โรงเรียนวัดดอกไม้ โรงเรียนเพี้ยนพินอนุสรณ์ โรงเรียนวัดธาตุทอง โรงเรียนประชาอุทิศ โรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 1 โรงเรียน บางชัน โรงเรียนฉิมพลี โรงเรียนสังฆประชานุสรณ์ โรงเรียนพิรุฬห์ธรรม โรงเรียนบางขุนเทียนศึกษา และโรงเรียนจันทร์ประดิษฐาราม เพื่อเปิดโอกาสให้พ่อแม่ชาวกรุงเทพฯ ที่มีบุตรหลานในช่วงวัย 3-5 ปี 6-9 ปี และ 10-18 ปี ในสถานศึกษา 12 แห่ง ได้นำประสบการณ์การเลี้ยงลูกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาทักษะการเลี้ยงลูก ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลเด็กในแต่ละช่วงวัยอย่างเหมาะสม เพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัวซึ่งเป็นหน่วยทางสังคมแรกและสำคัญที่สุดต่อการ สร้างสังคมให้เข้มแข็ง อีกทั้งบ่มเพาะให้เด็กเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้มีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานจากการดำเนินโครงการห้อง เรียนพ่อแม่ประจำปี 54 การเสวนาห้องเรียนพ่อแม่ หัวข้อ “ลูกไม้หล่นใกล้หรือไกล ..อยู่ที่คุณ” การแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินนักแสดง และการแสดงบนเวทีจากนักเรียนโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร

ผู้ ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การส่งเสริมให้พ่อแม่ได้ทดลองปฏิบัติการดูแลลูกอย่างมีคุณภาพเหมาะสมตามช่วง วัย จะสามารถช่วยดึงศักยภาพของเด็กในแต่ละช่วงวัยให้เห็นคุณค่าของตนเอง อันเป็นการสนับสนุนส่งเสริมให้เด็กได้เปิดพื้นที่การเรียนรู้ของตนเองให้มาก ขึ้น ซึ่งจะช่วยให้บุตรหลานสามารถเติบโตเป็นอนาคตที่แข็งแรงของประเทศชาติต่อไปใน อนาคตได้

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

กำหนดการกรุงเทพมหานคร วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

กำหนดการกรุงเทพมหานคร

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

****************

15.00 น. นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานเปิดงานเทศกาลอาหารและของดี

เขตบางกอกน้อย

ณ ลานจอดรถ หน้าบ.สยามแมคโคร จรัญสนิทวงศ์

****************

กำหนดการกรุงเทพมหานคร

วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554

****************

10.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตรวจเยี่ยมตามโครงการกรุงเทพสะอาดและร่มรื่น

(Bangkok Clean and Green)

ณ ตลาดประชานิเวศน์

13.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานพิธีเปิดมหกรรมห้องเรียนพ่อแม่

ณ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ โซนอาหาร ชั้น 3

****************

กำหนดการกรุงเทพมหานคร

วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

****************

10.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานประชุมคณะผู้บริหาร กทม.

ณ ห้องสุทัศน์ กทม.

29 ส.ค. – 4 ก.ย. นี้ สภากทม. เยือนสภากรุงอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกลเลีย

สภากทม. เดินทางเยือนสภากรุงอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย ตามโครงการสภาบ้านพี่เมืองน้อง ระหว่างวันที่ 29 ส.ค. – 4 ก.ย. 54 พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ส่งเสริมความร่วมมือในด้านการศึกษา การบริหารเมือง การท่องเที่ยว เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีที่สืบเนื่องมาอย่างยาวนานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

(26 ส.ค. 54) นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สภากรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ประธานสภากรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ข้าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้สื่อข่าว จำนวน 15 คน มีกำหนดเดินทางเยือนสภากรุงอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย ระหว่างวันที่ 29 ส.ค. – 4ก.ย. 54 ตามโครงการสภาบ้านพี่เมืองน้อง เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะ นายบีเล็ค ทูเดฟ ประธานสภากรุงอูลานบาตอร์และสมาชิกสภากรุงอูลานบาตอร์ พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการแก้ปัญหาและพัฒนาเมืองที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือในด้านการศึกษา การบริหารเมือง การท่องเที่ยว อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ เป็นสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน เพื่อนำมาพัฒนากรุงเทพมหานครให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างสภากรุงเทพมหานครและสภากรุงอูลานบาตอร์ ได้ดำเนินมานับจากมีการลงนามสถาปนาความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้องที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2542 นับเป็นระยะเวลากว่า 12 ปี ที่นำมาสู่ประสบความสำเร็จในหลายโครงการ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างกันอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน การเดินทางไปเยือนในครั้งนี้จะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศมองโกเลียที่เปรียบเสมือนบ้านพี่เมืองน้องที่มีความสัมพันธ์สืบเนื่องกันมาอย่างยาวนานให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

กทม. เดินหน้าคัดเลือกพื้นที่ต้นแบบ “กรุงเทพฯ เมืองสวรรค์”

(26 ส.ค. 54) เวลา 09.00 น. : นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่เพื่อพัฒนาตามกระแสพระราชดำรัส “กรุงเทพฯ เมืองสวรรค์” เพื่อรับฟังความคิดเห็นผู้ทรงคุณวุฒิแบบกลุ่มย่อยครั้งที่ 2 โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้ทรงคุณวุฒิด้านผังเมือง คณะผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ คณะผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กว่า 60 หน่วยงาน ร่วมประชุม ณ ห้องคริสตัล โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค

กรุงเทพมหานคร โดยสำนักผังเมือง จัดการประชุมพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่เพื่อพัฒนาตามกระแสพระราชดำรัส “กรุงเทพฯ เมืองสวรรค์” เพื่อรับฟังความคิดเห็นผู้ทรงคุณวุฒิแบบกลุ่มย่อย ในการพิจารณานำเสนอเกณฑ์การคัดเลือกพื้นที่ต้นแบบ และการนำเสนอพื้นที่ที่มีศักยภาพในด้านต่างๆ ที่สอดคล้องกับแนวคิดภูมิทัศน์สาธารณะกรุงเทพมหานคร 3 องค์ประกอบหลัก ประกอบด้วย 1. ภูมิทัศน์เส้นทาง (Green Networks) 2. ภูมิทัศน์พื้นที่โล่งสาธารณะ(Green Nodes) 3. ภูมิทัศน์ย่านประวัติศาสตร์ (Green District) และจะทำการคัดเลือกพื้นที่ให้เหลือเพียง 3 พื้นที่ ที่มีความเหมาะสมที่สุด เพื่อนำมาพัฒนาเป็นพื้นที่นำร่องตามแนวคิด Master Plan ภูมิทัศน์สาธารณะกรุงเทพมหานคร ตามแนวพระราชดำริ “กรุงเทพฯ เมืองสวรรค์” ซึ่งการประชุมครั้งนี้เป็นการต่อยอด จากกรอบแนวคิดที่สรุปจากการประชุมรับฟังความคิดเห็นปรับปรุงฟื้นฟูเมืองตามแนวพระราชดำริ “กรุงเทพฯ เมืองสวรรค์” ซึ่งเป็นการประชุมย่อยครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 54

ทั้งนี้ การประชุมรับฟังความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิแบบกลุ่มย่อย จะจัดครั้งที่ 3 ในวันที่ 8 ก.ย. 54 เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ 3 พื้นที่ ตามแนวคิด Master Plan ภูมิทัศน์สาธารณะกรุงเทพมหานคร ตามแนวพระราชดำริ “กรุงเทพฯ เมืองสวรรค์” ต่อไป

เดินหน้าสร้างสถานศึกษาปลอดเหล้าในกรุงเทพฯ

กทม. จับมือเครือข่าย สร้างสถานศึกษาปลอดเหล้าตามแผนบูรณาการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นำร่องในสถานศึกษา 2 แห่ง ได้แก่ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นต้นแบบสถานศึกษาปลอดเหล้าจริงจัง ยั่งยืน

(25 ส.ค. 54) เวลา 16.45 น. พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจ สร้างความเข้าใจ รณรงค์และขอความร่วมมือร้านค้า และหอพักรอบมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เขตบางซื่อ พร้อมทั้งแจกสื่อประชาสัมพันธ์ และปิดป้าย “ร้านค้าปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551” แก่ร้านค้าและหอพักที่ปฏิบัติตามกฎหมาย นำร่องมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือเป็นสถานสถานศึกษาปลอดเหล้า โดยมี ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนักศึกษาแกนนำ ร่วมรณรงค์

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ขณะที่จำนวนร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะพื้นที่รอบสถานศึกษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อการเรียน ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาทสร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ทำลายอนาคตของเยาวชน การสร้างสถานศึกษาปลอดแอลกอฮอล์ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันแก่เยาวชน ซึ่งกรุงเทพมหานครได้จัดกิจกรรมรณรงค์ ส่งเสริมให้สถานศึกษา ร้านค้า และหอพักรอบสถานศึกษาเป็นสถานที่ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่อง มีการสร้างความร่วมมือ และความเข้าใจกับร้านค้าต่างๆ ให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 อย่างเคร่งครัด อีกทั้งสร้างแกนนำนักศึกษาเฝ้าระวังการกระทำผิดร่วมเพื่อสร้างเสริมให้บุคลากรในสถานศึกษานำร่องทราบว่าสถานศึกษาเป็นสถานที่ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ทั้งนี้ นอกจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือแล้ว สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังยังเป็นอีกหนึ่งแห่งที่เสนอตัวเป็นสถานศึกษานำร่องต้นแบบของสถานศึกษาปลอดเหล้าอย่างยั่งยืนในพื้นที่กรุงเทพฯ ขณะเดียวกันกรุงเทพมหานครจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือที่ดีจากนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากรในสถานศึกษา รวมถึงร้านค้าและหอพักรอบสถานศึกษาให้ดำเนินการร่วมกันอย่างบูรณาการและปฏิบัติตามกฎหมาย ด้วยกิจกรรมต่างๆ อาทิ การจัดทำฐานข้อมูลร้านจำหน่ายเครื่องดื่มรอบสถานศึกษา รณรงค์เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และช่องทางการร้องเรียนการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 สร้างนักศึกษาแกนนำในการเฝ้าระวังการกระทำผิด จัดกิจกรรมประเพณีปลอดเหล้า ประชุมร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อสร้างความตระหนักให้หันมาช่วยกันลดผลกระทบและลดปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เกิดการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ จริงจัง และเป็นรูปธรรม

กทม. จัดกิจกรรมสัญจรสร้างพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า

กทม. เดินหน้าเพิ่มมาตรการกวาดล้างและป้องกันโรคระบาดอย่างเข้มงวดและจริงจัง ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า จดทะเบียนสุนัข และฉีดไมโครชิป โดยไม่คิดค่าบริการ หมุนเวียนทุกพื้นที่เขต ตลอดเดือน ก.ย. นี้

(26 ส.ค. 54) เวลา 10.30 น. พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าว เรื่อง การจัดกิจกรรมสัญจรสร้างพื้นที่ปลอดภัยโรคพิษสุนัขบ้า ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกทม.

กรุงเทพมหานครกำหนดจัดกิจกรรมสัญจรสร้างพื้นที่ปลอดภัยโรคพิษสุนัขบ้า ขึ้น เนื่องจากโรคพิษสุนัขบ้าเป็นปัญหาสาธารณสุข ที่สำคัญ ประกอบกับ องค์การอนามัยโรค (WHO) และองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ได้กำหนดเป้าหมายที่จะกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากภูมิภาคของโลก ภายในปี 2563 ซึ่งพื้นที่ที่จะปลอดโรคพิษสุนัขบ้าดังกล่าวจะต้องไม่ปรากฎโรคพิษสุนัขบ้าในคนและสัตว์ทุกชนิดตลอดระยะเวลา 2 ปี สัตว์ในพื้นที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทุกตัว สุนัขในพื้นที่ได้รับการจดทะเบียนทุกตัว และไม่มีสุนัขจรจัดในที่สาธารณะ

สำหรับกิจกรรมสัญจรสร้างพื้นที่ปลอดภัยโรคพิษสุนัขบ้า ประกอบด้วย การรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโดยไม่คิดค่าบริการ โดยดำเนินการวันละ 50 หน่วย ในทุกเขตทัวพื้นที่ หมุนเวียนไปตามชุมชนต่างๆ ระหว่างวันที่ 5-16 ก.ย.54 เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ การจัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการทำหมัน จดทะเบียนสุนัข และการฉีดไมโครชิปโดยไม่คิดค่าบริการ การจัดนิทรรศการผลงานการควบคุมป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าของศูนย์บริการสาธารณสุข ในพื้นที่เขตที่มีรายงานการพบโรคพิษสุนัขบ้า โดยดำเนินการวันละหน่วย หมุนเวียนไปตามชุมชนต่างๆ ที่มีรายงานการพบโรคพิษสุนัขบ้า ระหว่างวันที่ 5-30 ก.ย. 54 เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์การอนามัยโรค และองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการเพิ่มมาตรการกวาดล้างและป้องกันโรคระบาดอย่างเข้มงวดและจริงจัง เพื่อให้กรุงเทพมหานครปลอดโรคพิษสุนัขบ้าทั้งในคนและในสัตว์ จึงขอเชิญชวนเจ้าของสัตว์เลี้ยงนำสัตว์เลี้ยงไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ฉีดไมโครชิป และผ่าตัดทำหมันโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ ณ หน่วยเคลื่อนที่ใกล้บ้านท่าน

ประชาชนผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดการให้บริการในแต่ละวันได้ที่สำนักงานเขต และศูนย์บริการสาธารณสุขทุกแห่ง หรือที่สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย โทร. 0 2248 7417, 0 2245 3311 หรือ www.vphbma.com

ผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ รับฟังการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้การบริหารงานกทม.

ผู้ว่าฯกทม. รับฟังการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โทรศัพท์มือถือ Smart Phone มาบริหารงานกทม. รับเป็นเรื่องที่ดีทุกโครงการนำไปใช้ได้ทันที เน้นต้องไม่ลืมภาพใหญ่ของกทม. ที่มีประชาชนอยู่หลายชนชั้น อยากให้ทุกคนได้ใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึง แต่ห่วงผู้คนขาดความสัมพันธ์ในการติดต่อสื่อสาร ต่างกับพบปะพูดคุยกันเป็นส่วนตัว ย้ำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเรื่องสำคัญและประชาชนก็สำคัญเช่นกัน

(26 ส.ค. 54) เวลา 10.00 น. : ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธานรับฟังการนำเสนอโครงการการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) มาใช้ในการบริหารงานกรุงเทพมหานคร ตามโครงการฝึกอบรมหลักสูตรผู้นำมหานคร พร้อมด้วย แพทย์หญิงมาลินี สุขเวชชวรกิจ นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัดกรุงเทพมหานคร โดยมี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการเขต จำนวน 80 คน ร่วมฟังการนำเสนอ ณ ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

โครงการการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) มาใช้ในการบริหารงานกรุงเทพมหานคร เป็นการนำเสนอโครงการตามหลักสูตร การฝึกอบรมผู้นำมหานคร ซึ่งได้แบ่งกลุ่มการนำเสนอเป็น 6 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 ด้านสาธารณสุข โครงการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในด้านการแพทย์และสาธารณสุขของกรุงเทพมหานคร โดยการใช้ระบบอินเทอร์เน็ต และการบริการผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ Smart Phone ในการลงทะเบียนทำบัตรผู้ป่วย การวางบัตรคิว โดยผู้ป่วยสามารถดำเนินการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ที่บ้าน ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาแต่เช้า ตลอดจนการให้คำปรึกษาผ่านทางสมาร์ทโฟน โดยแพทย์สามารถติดต่อกับผู้ป่วยผ่านทางหน้าจอมือถือ กลุ่มที่ 2 ด้านสิ่งแวดล้อม โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองคูเมืองเดิม โดยการปรับปรุงสภาพคลองคูเมืองให้มีความสะอาด สวยงาม บูรณะกำแพงดินที่ชำรุดเสียหาย สร้างท่าเทียบเรือ ติดตั้งตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) รวมถึงการปรับปรุงทางเท้าที่ชำรุด กลุ่มที่ 3 ด้านความปลอดภัย โครงการ IT กับความปลอดภัย เป็นการให้ความรู้แก่ประชาชนผ่านทาง Social Network การแจ้งเตือนภัยผ่านทาง Facebook หรือ SMS การเพิ่มประสิทธิภาพการระงับเหตุไฟไหม้ กลุ่มที่ 4 การจราจร โครงการใช้โทรศัพท์มือถือ Smart Phone ในการบริหารราชการ และบริการประชาชนในกรุงเทพมหานคร โดยผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ประชาชน สามารถตรวจสอบเส้นทางจราจร ดูสภาพการจราจรผ่านทางหน้าจอโทรศัพท์มือถือ Smart Phone กลุ่มที่ 5 การศึกษา โครงการการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารการศึกษากรุงเทพมหานคร เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ในการตัดสินใจของผู้บริหารอย่างมีประสิทธิภาพ และกลุ่มที่ 6 ด้านเศรษฐกิจ โครงการแจ้งการชำระภาษีผ่าน Smart Phone และโทรศัพท์มือถือ เพื่อแจ้งให้ประชาชนให้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษี เตือนให้ผู้รับการประเมินภาษีเตรียมการชำระภาษีภายในระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงเพิ่มช่องทางให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลเพิ่มอีกช่องทางหนึ่ง

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารงานกรุงเทพมหานครนั้นเป็นเรื่องที่ดี เป็นสิ่งสำคัญซึ่งจำเป็นในการพัฒนาต่อยอด เพื่อนำไปสู่การใช้งานให้มากขึ้น ซึ่งโครงการที่นำเสนอมานั้นทุกโครงการสามารถนำไปใช้ได้ทันที แต่ที่สำคัญต้องไม่ลืมภาพใหญ่ของกรุงเทพมหานครที่มีประชาชนอยู่หลายชนชั้น จึงอยากให้ทุกคนได้ใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึงโดยเฉพาะชนชั้นรากหญ้า ซึ่งอาจไม่มีความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีสมัยใหม่เท่าที่ควร สำหรับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ Smart Phone อาจทำให้ผู้คนขาดความสัมพันธ์ในการติดต่อสื่อสารร่วมกัน ต่างกับการพบปะพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว พร้อมทั้งขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ช่วยกันระดมความคิดในการบริหารงานกรุงเทพมหานคร ร่วมกันผลักดันระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ทั้งนี้ต้องไม่ลืมภาพใหญ่ของกรุงเทพมหานคร ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเรื่องสำคัญและประชาชนก็สำคัญเช่นกัน