ค้นหาบล็อกนี้

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สนอ. สำรวจสุขลักษณะที่เลี้ยงสัตว์ปีกเฝ้าระวังไข้หวัดนกต่อเนื่อง

สนอ. สำรวจสุขลักษณะที่เลี้ยงสัตว์ปีกเฝ้าระวังไข้หวัดนกต่อเนื่อง

พญ.มนทิรา ทองสาริ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. เปิดเผยว่า สำนักอนามัยได้ดำเนินการสำรวจสุขลักษณะสถานที่เลี้ยงสัตว์ปีกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขต พบว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีสถานที่เลี้ยงสัตว์ปีกที่เป็นการค้าและเลี้ยงเพื่องานอดิเรก จำนวน 623 แห่ง โดยพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีกมากที่สุด 3 อันดับแรกได้แก่ พื้นที่เขตหนองจอก มีนบุรี และเขตบางบอน ส่วนประเภทสัตว์ปีกที่เลี้ยงจำนวนมากที่สุด ได้แก่ ไก่ ร้อยละ 91.78 รองลงมา คือ เป็ด นก และสัตว์ปีกอื่นๆ ตามลำดับ สำหรับผลการสำรวจสุขลักษณะสถานที่เลี้ยงสัตว์ปีกในประเด็นต่างๆ ได้แก่ สถานที่ตั้งและโรงเรือน น้ำดื่มสำหรับสัตว์ การจัดการของเสีย ห้องส้วม การป้องกันเชื้อโรค และการอาชีวอนามัยพนักงาน พบว่า ประเด็นสุขลักษณะด้านสถานที่ตั้งและโรงเรือน และด้านน้ำดื่มสำหรับสัตว์ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี มากกว่าร้อยละ 70 ปัญหาสำคัญที่ผู้ประกอบการและผู้เลี้ยงสัตว์ที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีกเป็นจำนวนมากต้องเร่งปรับปรุงแก้ไข คือ การจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสีย เช่น บ่อเกรอะ บ่อซึมที่ถูกสุขลักษณะ เป็นต้น การจัดให้มีระบบการฆ่าเชื้อโรคก่อนเข้าสู่พื้นที่เลี้ยงสัตว์ เพื่อป้องกันโรคจากภายนอกเข้าสู่โรงเรือนสัตว์ การจัดให้มีหรือซ่อมบำรุงอุปกรณ์ เครื่องพ่นฆ่าเชื้อโรคให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพนักงานต้องสวมชุดปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับลักษณะงาน ได้แก่ การสวมหน้ากาก ถุงมือ รองเท้าบูท ขณะปฏิบัติงาน

ทั้งนี้แม้สถานการณ์โรคไข้หวัดนกในคนของกรุงเทพมหานคร ปี 2549 จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าพบผู้ป่วยจาก โรคไข้หวัดนก แต่กทม. ยังคงเฝ้าระวัง รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการและประชาชนผู้เลี้ยงสัตว์ปีกเข้มงวดและเพิ่มมาตรการป้องกันและควบคุมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งปรับปรุงสถานที่เลี้ยงสัตว์ให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไข้หวัดนกที่อาจเกิดขึ้นได้

พิจารณางบประมาณกทม. ปี 55 เน้นเหตุผลและความจำเป็นในการใช้จ่ายเป็นสำคัญ

พิจารณางบประมาณกทม. ปี 55 เน้นเหตุผลและความจำเป็นในการใช้จ่ายเป็นสำคัญ

คกก.วิสามัญ พิจารณางบประมาณปี 55 ชี้ปัญหา เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานเลขานุการสภากทม. ขาดแคลน ผลงานไม่คืบหน้า ส่งผู้บริหารปรับโครงสร้างเป็นสำนักเลขาธิการสภากรุงเทพมหานคร พร้อมเน้นการประชาสัมพันธ์ภารกิจของผู้บริหารและฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อให้ประชาชนรับทราบความคืบการทำงาน

นายกิตพล เชิดชูกิจกุล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตประเวศ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 โดยมีหน่วยงานที่เข้ารับการพิจารณาดังนี้ สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร โดยมีนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารสำนัก ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 3-6 สภากรุงเทพมหานคร

ที่ประชุมคณะกรรมการวิสามัญฯ ได้ตั้งข้อสังเกตหลายประการ อาทิ เจ้าหน้าที่ที่ช่วยดำเนินงานประจำคณะกรรมการสามัญประจำสภากรุงเทพมหานคร และส่วนของการประชุมต่างๆมีจำนวนไม่เพียงพอ ส่งผลให้การทำงานของคณะกรรมการสามัญฯ ไม่มีความคืบหน้าและล่าช้า นอกจากนี้หากสามารถปรับโครงสร้างสำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร ให้เป็นสำนักเลขาธิการสภากรุงเทพมหานคร จะสามารถรองรับกับการดำเนินการต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นได้ดี ในส่วนของสำนักปลัดกรุงเทพมหานคร คณะกรรมการฯ ได้กล่าวถึงการของบประมาณด้านประชาสัมพันธ์ควรให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงนโยบายและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชน นอกจากนี้ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร ควรพิจารณาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคลากรแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ ในแต่ละหน่วยงานซึ่งจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น รวมทั้งควรพิจารณาตำแหน่งและอัตรากำลังที่มีความสามารถเฉพาะทาง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานอีกด้วย

เห็นชอบ ตั้ง อกก. 30 คณะ พิจารณางบประมาณของหน่วยงาน กทม.

พร้อมกันนี้ในที่ประชุมได้มอบหมายให้หลายหน่วยงานนำเอกสารมาแสดงเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการฯ และได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ จำนวน 30 คณะ เพื่อให้สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร่วมกันพิจารณาเหตุผลและความจำเป็นในการเสนอของบประมาณของหน่วยงาน ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ จะได้รายงานต่อคณะกรรมการวิสามัญฯ เพื่อพิจารณาในรายละเอียดการของบประมาณของแต่ละหน่วยงานต่อไป

กทม. พร้อมจัดเลือกตั้งซ่อม ส.ก. คันนายาว 7 ส.ค. นี้

กทม. พร้อมจัดเลือกตั้งซ่อม ส.ก. คันนายาว 7 ส.ค. นี้

จัดประชุมซักซ้อม ทำความเข้าใจแก่เจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติงานในวันเลือกตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง โปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม และตรวจสอบได้ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเตรียมการรับมือหากเกิดฝนตก เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัย ความสะดวก รวดเร็วในการใช้สิทธิลงคะแนน

(31 ก.ค. 54) ณ โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ เขตคันนายาว : นายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดการประชุมพร้อมมอบนโยบายแก่ผู้อำนวยการประจำหน่วยเลือกตั้ง (ผอ.ปน.) คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (จนท.รปภ.) ที่ปฏิบัติงานในการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตคันนายาว แทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที7 ส.ค. 54 ตั้งแต่เวลา 08.00–15.00 น. ทั้งนี้ปลัดกรุงเทพมหานครได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางทั้งกายและวาจา ไม่แต่งกายหรือใช้คำพูดที่เป็นคุณเป็นโทษแก่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ดำเนินการเลือกตั้งด้วยความเรียบร้อยตามระเบียบ ข้อกำหนด กฎหมายและหนังสือสั่งการ มีความยุติธรรมให้ความเสมอภาคกับทุกฝ่าย และจัดการเลือกตั้งด้วยความบริสุทธิ์ ถูกต้อง ไม่คิดหรือทำการใดๆ ที่ทำให้ผลการเลือกตั้งผิดไปจากความจริง

จากนั้นเวลา 09.30 น. ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร (ผอ.กต.ทถ.กทม.) ได้ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร โดยมี พลเรือโทณรงค์ ชโลธร ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง พร้อมทั้งหารือแนวทางการดำเนินการเลือกตั้งซ่อม ส.ก. เขตคันนายาว ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เกิดความเรียบร้อย โปร่งใส เป็นธรรม และปราศจากข้อร้องเรียน

ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขณะนี้เขตคันนายาวมีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งเต็มที่ และยังไม่มีข้อร้องเรียนใดๆ ซึ่งได้กำชับให้เขตคันนายาวเร่งประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งเชิงรุกให้มากที่สุด เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจและไม่ทราบว่าจะมีการเลือกตั้งซ่อม ส.ก. เขตคันนายาว ในวันที่ 7 ส.ค. นี้ อีกทั้งเตรียมพร้อมรับมือและแก้ปัญหาหากเกิดฝนตกในวันดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็วในการใช้สิทธิลงคะแนนด้วย

สำหรับในวันเลือกตั้งกรุงเทพมหานครได้ย้ายศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครมาประจำที่สำนักงานเขตคันนายาวเป็นการชั่วคราว เพื่อให้การดำเนินงานเกิดความคล่องตัว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน รวมถึงลดปัญหาและป้องกันคำครหาหรือข้อร้องเรียนต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่มีการเปลี่ยนวิธีนับคะแนนใหม่โดยนำการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งมาใช้แทนการนับคะแนนที่เขตเลือกตั้ง ซึ่งจะทำให้ทราบผลการเลือกตั้งได้เร็วขึ้น

ทำบุญใหญ่เปิดสนามหลวงอย่างเป็นทางการ 9 ส.ค. นี้

ทำบุญใหญ่เปิดสนามหลวงอย่างเป็นทางการ 9 ส.ค. นี้

กทม. ปรับแผนทำพิธีทางศาสนาเปิดสนามหลวง 9 ส.ค. นี้ อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา เตรียมปรับระเบียบขอใช้สนามหลวงให้เข้มงวด เพื่อคงความสง่างามของสนามหลวงต่อไป

(1 ส.ค. 54) ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 21/2554 ซึ่งมี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพิธีเปิดใช้พื้นที่สนามหลวงเป็นพิธีทางศาสนาให้ยิ่งใหญ่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาส ปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา และเห็นว่าท้องสนามหลวงเป็นสถานที่สำคัญ ที่ใช้ประกอบพระราชพิธี จึงเตรียมเปิดใช้พื้นที่สนามหลวง โดยกำหนดจัดงานในวันที่ 9 ส.ค.54 พร้อมมอบหมายให้สำนักการโยธา กทม. อำนวยความสะดวกและดูแลในเรื่องการจัดสร้างสถานที่ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงพระศพของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ไม่ให้กระทบกับระบบท่อน้ำใต้ดิน โดยเลือกใช้วิธีก่อสร้างแบบฐานรากแผ่

เตรียมปรับระเบียบว่าด้วยการขอใช้สนามหลวง

นอกจากนี้ที่ประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครได้พิจารณาปรับปรุงระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขอใช้พื้นที่ท้องสนามหลวงเพื่อการจัดกิจกรรม พ.ศ. 2543 โดยเห็นชอบให้ประชาชนทั่วไปเข้าใช้พื้นที่ท้องสนามหลวงเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ หรือนันทนาการได้ตามปกติ ห้ามนำสินค้าเข้าไปจำหน่าย จอดรถ หรืออาศัยเป็นที่นอน ซึ่งจะเปิดให้เข้าใช้ในระหว่างเวลา 05.0022.00 น. โดยประชาชนสามารถสัญจรผ่านถนนเส้นกลาง ซึ่งเชื่อมจากฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปยังศาลฎีกาได้ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากสนามหลวงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตั้งแต่ปี 2520 และมีพระราชบัญญัติโบราณสถานคุ้มครอง หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือบุกรุก มีโทษจำคุก 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 1 ล้านบาท ซึ่งในเบื้องต้นกรุงเทพมหานครได้ดำเนินการติดตั้งรั้วชั่วคราว เพื่อป้องกันผู้บุกรุก และคงความสวยสง่าของสนามหลวงให้เคียงคู่กับพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดารามต่อไป

ในส่วนของการขอใช้เพื่อการจัดกิจกรรมต่างๆ ได้มอบหมายให้สำนักงานกฎหมายและคดี รวบรวมข้อมูลเพื่อพิจารณาปรับปรุงระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขอใช้พื้นที่ท้องสนามหลวงเพื่อการจัดกิจกรรม พ.ศ. 2543 และนำเสนอให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาสั่งการต่อไป

ผู้ว่าฯกทม. ให้โอวาทนักกีฬายุวชนโลก ก่อนลงสู้ศึกที่สกอตแลนต์ 3-8 ส.ค.นี้

ผู้ว่าฯกทม. ให้โอวาทนักกีฬายุวชนโลก ก่อนลงสู้ศึกที่สกอตแลนต์ 3-8 ส.ค.นี้

(1 ส.ค. 54) เวลา 15.00น. : ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีให้โอวาทแก่นักกีฬายุวชนโลก ก่อนเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันกีฬายุวชนโลก ครั้งที่ 45 ระหว่างวันที่ 3-8 ส.ค. 54 ณ ประเทศสกอตแลนด์ สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ โดยมีผู้แทนเมือง ผู้จัดการทีม ผู้ช่วยผู้จัดการทีม ผู้ฝึกสอน และคณะนักกีฬา เข้าร่วมพิธี ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกทม.

กรุงเทพมหานครได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬายุวชนโลกครั้งแรกและเป็นครั้งที่ 36 ของการจัดการแข่งขันกีฬายุวชนโลก ในปี พ.ศ. 2545 ณ กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน จากนั้นได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันเป็นประจำทุกปี ต่อมาในปี พ.ศ. 2549 กรุงเทพมหานครได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬายุวชนโลก ครั้งที่ 40 โดยมีนักกีฬาจาก 80 เมืองทั่วโลกเข้าร่วมการแข่งขัน สำหรับในปี พ.ศ. 2554 นี้ กรุงเทพมหานครได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งที่ 10 โดยการแข่งขันกีฬายุวชนโลกได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 45 ณ ประเทศสกอตแลนด์ สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ ระหว่างวันที่ 3-8 ส.ค. 54

สำหรับการแข่งขันครั้งนี้กรุงเทพมหานครได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน 4 ชนิดกีฬา ได้แก่ กอล์ฟ แบดมินตัน เทนนิส และว่ายน้ำ รวมคณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จำนวนทั้งสิ้น 28 คน ประกอบด้วย ผู้แทนเมือง 1 คน ผู้จัดการทีม 1 คน ผู้ช่วยผู้จัดการทีม 2 คน ผู้ฝึกสอน 6 คน นักกีฬากอล์ฟ 2 คน นักกีฬาแบดมินตัน 4 คน นักกีฬาเทนนิส 4 คน และนักกีฬาว่ายน้ำ 8 คน โดยมีนางสาวปราณี สัตยประกอบ รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว เป็นผู้แทนเมือง นายสานิตย์ ผดุงศิลป์ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมกีฬา กองการกีฬา สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว เป็นผู้จัดการทีม

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครตระหนักและให้ความสำคัญต่อสุขภาพและอนามัยอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีการออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีสุขภาพพลานามัยที่ดี การเข้าร่วมการแข่งขันกีฬายุวชนโลกในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดีที่นักกีฬาของกรุงเทพมหานคร จะได้เสริมสร้างประสบการณ์จากการแข่งขันในระดับประเทศ ได้มีการฝึกฝนทักษะด้านกีฬากอล์ฟ แบดมินตัน เทนนิส และว่ายน้ำ นักกีฬาทุกคนควรตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ในฐานะที่เป็นตัวแทนของกรุงเทพมหานคร ควรเชื่อฟังผู้ฝึกสอน รักษาความมีระเบียบวินัย มีความเอื้ออาทรต่อกัน มีไมตรีจิตต่อเพื่อนนักกีฬา มีจิตวิญญาณของการเป็นนักกีฬาที่ดี รวมถึงการมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เพื่อสร้างชื่อเสียงนำชัยชนะเกียรติยศ และมิตรภาพมาสู่กรุงเทพมหานครต่อไป

กทม. เชิญร่วมบริจาคบูชา “พระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัช” และ “พระกริ่ง กทม.” สมทบทุนสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ ถวายเป็นพระราชกุศล

กทม. เชิญร่วมบริจาคบูชา พระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัชและ พระกริ่ง กทม.

สมทบทุนสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ ถวายเป็นพระราชกุศล

ตั้งแต่ 1 สิงหาคม นี้ กรุงเทพมหานครเปิดให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาคบูชา พระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัชและ พระกริ่ง กทม. เพื่อสมทบทุนก่อสร้างอาคารศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุและโรงพยาบาลในเขตบางขุนเทียน และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ เนื่องโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา ยอดบริจาคบูชาวันแรกกว่า 5.5 ล้านบาท พระกริ่งทองคำได้รับความนิยมสูงสุด

(1 ส.ค. 54) ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกทม. : ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าว โครงการจัดสร้างพระเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งนำคณะผู้บริหารและประชาชนบริจาคบูชาเป็นรายแรก และนำชมรูปแบบพระชนิดต่างๆ ที่จัดสร้างขึ้น

สร้าง พระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัชและ พระกริ่ง กทม.เฉลิมพระเกียรติ

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา มูลนิธิกรุงเทพมหานคร 2554 ได้ดำเนินการจัดสร้างพระเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยได้สร้าง พระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัชและ พระกริ่ง กทม. ถวายเป็นพระราชกุศล และเพื่อมอบให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสมทบทุนก่อสร้างอาคารศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุและโรงพยาบาลในเขตบางขุนเทียน ไว้สักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งนี้ในการจัดสร้างพระเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ นั้น กรุงเทพมหานครได้คำนึงถึงความเป็นสิริมงคล ความศักดิ์สิทธิ์ และถูกต้องตามตำราแต่โบราณ โดยที่ผ่านมาได้ประกอบพิธีบวงสรวงบูชาฤกษ์ (พิธีพราหมณ์) พร้อมทั้งพิธีพุทธาภิเษกมวลสาร ทองชนวนโลหะ เพื่อนำไปจัดสร้างวัตถุมงคล เมื่อวันเสาร์ที่ 23 เมษายน 2554 ซึ่งเป็นฤกษ์ตรงกับเสาร์ 5 เดือน 5 ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกทม. จากนั้นจะมีพิธีเททอง พุทธาภิเษก มวลสารพระเนื้อผง และจารแผ่นพระยันต์ กำหนดพิธีไว้ช่วงประมาณเดือนสิงหาคม 2554 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพิธีมหาพุทธาภิเษก กำหนดพิธีไว้ ประมาณเดือนพฤศจิกายน 2554 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยจะมีพระเกจิอาจารย์ที่เลื่อมใสศรัทธาจากทั่วประเทศ จำนวน 108 รูปมาประกอบพิธี

โครงการจัดสร้างพระเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา ได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงรับเป็น ประธานที่ปรึกษาโครงการฯ พร้อมทั้งได้ประทานนามพระพุทธรูปที่จัดสร้างขึ้นว่า พระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัช ซึ่งมีความหมายถึง พระพุทธเจ้าผู้ทรงรุ่งเรืองในการช่วยเหลือประชากรด้วยธรรมโอสถ โดยมีสมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต ) รับเป็นประธานดำเนินโครงการฯ

เลือกบริจาคบูชาได้ตามชนิดและรูปแบบพระ

สำหรับพระที่จัดสร้างนั้น จะจัดทำตามความจำนงของผู้สนใจบริจาคบูชาเพื่อสมทบทุนสร้างโรงพยาบาล โดยมีรูปแบบต่างๆ ดังนี้ “พระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัช ประกอบด้วย พระพุทธรูปบูชา เนื้อโลหะผสมลงรักปิดทอง มี 3 ขนาด ได้แก่ ขนาด 9 นิ้ว สูง 22 นิ้ว, ขนาด 7 นิ้ว สูง 18 นิ้ว และขนาด 5 นิ้ว สูง 15 นิ้ว พระเครื่องเนื้อทองคำ น้ำหนัก 1 บาท บรรจุกริ่ง, น้ำหนัก 2 สลึง ไม่บรรจุกริ่ง และเนื้อนวโลหะขนาดองค์เท่าเนื้อทองคำ น้ำหนัก 1 บาท บรรจุกริ่ง พระเครื่องเนื้อผงองค์พระครอบกระไหล่ทอง ความสูง 3 ซม. บรรจุกล่อง 1 ชุดครบ 9 สี 9 องค์ เหรียญพระพุทธรูปลงยาสีประจำวัน เนื้อทองคำ น้ำหนัก 1 บาท, เนื้อเงิน ลงยา มี 7 สี, เนื้อทองแดงองค์พระครอบ กะไหล่ทอง และเนื้อทองแดงองค์พระครอบกะไหล่ทอง บรรจุกล่อง ชุด 7 องค์ 7 สี

ส่วน พระกริ่ง กทม. ประกอบด้วย พระเครื่อง เนื้อทองคำ น้ำหนัก 3 บาท บรรจุกริ่ง, เนื้อทองคำ น้ำหนัก 3 บาท บรรจุกริ่ง, เนื้อทองคำ น้ำหนัก 3 สลึง ไม่บรรจุกริ่ง เนื้อนวโลหะขนาดองค์เท่าเนื้อทองคำ บรรจุกริ่ง น้ำหนัก 3 บาท และน้ำหนัก 1 บาท เหรียญพระกริ่ง เนื้อทองคำ น้ำหนัก 1 บาท เนื้อเงิน ลงยาสีประจำวัน เนื้อทองแดงองค์พระครอบกะไหล่ทอง และเนื้อทองแดงองค์พระครอบกะไหล่ทอง บรรจุกล่อง ชุด 7 องค์ 7 สี

ยอดบริจาคบูชาวันแรกกว่า 5.5 ล้านบาท พระกริ่งทองคำได้รับความนิยมสูงสุด

ภายหลังการแถลงข่าว ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้นำคณะผู้บริหาร และผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคบูชาพระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัช และพระกริ่ง กทม. ในวันแรก (1 ส.ค.) ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร มีผู้ให้ความสนใจร่วมบริจาคเป็นจำนวนมาก มูลค่าบริจาครวม 5,508,710 บาท โดยพระกริ่ง กทม. เนื้อทองคำหนัก 3 บาท บรรจุกริ่ง ได้รับความนิยมสูงสุด รองลงมา คือ พระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัช ที่เป็นพระบูชาขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้ว สูง 22 นิ้ว เนื้อโลหะผสมลงรักปิดทอง

เชิญร่วมบริจาคบูชาได้ตั้งแต่ 1 ส.ค. นี้ เป็นต้นไป

จึงขอเชิญชวนชาวไทยทั่วประเทศและผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาคบูชา พระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัชและ พระกริ่ง กทม. ได้ตั้งแต่วันนี้ (1 สิงหาคม) เป็นต้นไป ที่ศูนย์ประสานงานโครงการ ณ ลานคนเมือง เสาชิงช้า หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานงานเขต ทั้ง 50 เขต หรือโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครทั้ง 9 แห่ง โดยบริจาคผ่านบัญชีธนาคาร 4 แห่ง ได้แก่ บมจ. ธนาคารกรุงไทย สาขาโรงพยาบาลกลาง บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 841-0-01772-5, บมจ. ธนาคารกสิกรไทย สาขาคลองถม บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 618-2-06332-9, บมจ. ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเฉลิมนคร บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 037-2-50784-3, บมจ. ธนาคารกรุงเทพ สาขาพลับพลาไชย บัญชีสะสมทรัพย์ เลขที่ 001-4-55406-7 เพื่อทางมูลนิธิกรุงเทพมหานครจะนำรายได้ที่ประชาชนบริจาคบูชาไปสมทบทุนสร้างอาคารเวชศาสตร์เพื่อผู้สูงอายุ และโรงพยาบาลในเขตบางขุนเทียน ซึ่งกำลังจะจัดสร้างขึ้นเป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 10 ของกรุงเทพมหานครที่จะมีศูนย์รักษาโรคทั่วไปขนาด 200 เตียง และศูนย์เวชศาสตร์ด้านผู้สูงอายุครบวงจร อีก 100เตียง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 1555 หรือ 02 224 2947, 02 221 2141-69 ต่อ 1490-2 มือถือ 088 189 3807, 083 549 9448 www.bangkok.go.th

กทม. เชิญร่วมบริจาคบูชา “พระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัช” และ “พระกริ่ง กทม.” สมทบทุนสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ ถวายเป็นพระราชกุศล

กทม. เชิญร่วมบริจาคบูชา พระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัชและ พระกริ่ง กทม.

สมทบทุนสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ ถวายเป็นพระราชกุศล

ตั้งแต่ 1 สิงหาคม นี้ กรุงเทพมหานครเปิดให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาคบูชา พระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัชและ พระกริ่ง กทม. เพื่อสมทบทุนก่อสร้างอาคารศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุและโรงพยาบาลในเขตบางขุนเทียน และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ เนื่องโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา ยอดบริจาคบูชาวันแรกกว่า 5.5 ล้านบาท พระกริ่งทองคำได้รับความนิยมสูงสุด

(1 ส.ค. 54) ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกทม. : ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าว โครงการจัดสร้างพระเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งนำคณะผู้บริหารและประชาชนบริจาคบูชาเป็นรายแรก และนำชมรูปแบบพระชนิดต่างๆ ที่จัดสร้างขึ้น

สร้าง พระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัชและ พระกริ่ง กทม.เฉลิมพระเกียรติ

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา มูลนิธิกรุงเทพมหานคร 2554 ได้ดำเนินการจัดสร้างพระเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยได้สร้าง พระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัชและ พระกริ่ง กทม. ถวายเป็นพระราชกุศล และเพื่อมอบให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสมทบทุนก่อสร้างอาคารศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุและโรงพยาบาลในเขตบางขุนเทียน ไว้สักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้งนี้ในการจัดสร้างพระเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ นั้น กรุงเทพมหานครได้คำนึงถึงความเป็นสิริมงคล ความศักดิ์สิทธิ์ และถูกต้องตามตำราแต่โบราณ โดยที่ผ่านมาได้ประกอบพิธีบวงสรวงบูชาฤกษ์ (พิธีพราหมณ์) พร้อมทั้งพิธีพุทธาภิเษกมวลสาร ทองชนวนโลหะ เพื่อนำไปจัดสร้างวัตถุมงคล เมื่อวันเสาร์ที่ 23 เมษายน 2554 ซึ่งเป็นฤกษ์ตรงกับเสาร์ 5 เดือน 5 ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกทม. จากนั้นจะมีพิธีเททอง พุทธาภิเษก มวลสารพระเนื้อผง และจารแผ่นพระยันต์ กำหนดพิธีไว้ช่วงประมาณเดือนสิงหาคม 2554 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพิธีมหาพุทธาภิเษก กำหนดพิธีไว้ ประมาณเดือนพฤศจิกายน 2554 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยจะมีพระเกจิอาจารย์ที่เลื่อมใสศรัทธาจากทั่วประเทศ จำนวน 108 รูปมาประกอบพิธี

โครงการจัดสร้างพระเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา ได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงรับเป็น ประธานที่ปรึกษาโครงการฯ พร้อมทั้งได้ประทานนามพระพุทธรูปที่จัดสร้างขึ้นว่า พระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัช ซึ่งมีความหมายถึง พระพุทธเจ้าผู้ทรงรุ่งเรืองในการช่วยเหลือประชากรด้วยธรรมโอสถ โดยมีสมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต ) รับเป็นประธานดำเนินโครงการฯ

เลือกบริจาคบูชาได้ตามชนิดและรูปแบบพระ

สำหรับพระที่จัดสร้างนั้น จะจัดทำตามความจำนงของผู้สนใจบริจาคบูชาเพื่อสมทบทุนสร้างโรงพยาบาล โดยมีรูปแบบต่างๆ ดังนี้ “พระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัช ประกอบด้วย พระพุทธรูปบูชา เนื้อโลหะผสมลงรักปิดทอง มี 3 ขนาด ได้แก่ ขนาด 9 นิ้ว สูง 22 นิ้ว, ขนาด 7 นิ้ว สูง 18 นิ้ว และขนาด 5 นิ้ว สูง 15 นิ้ว พระเครื่องเนื้อทองคำ น้ำหนัก 1 บาท บรรจุกริ่ง, น้ำหนัก 2 สลึง ไม่บรรจุกริ่ง และเนื้อนวโลหะขนาดองค์เท่าเนื้อทองคำ น้ำหนัก 1 บาท บรรจุกริ่ง พระเครื่องเนื้อผงองค์พระครอบกระไหล่ทอง ความสูง 3 ซม. บรรจุกล่อง 1 ชุดครบ 9 สี 9 องค์ เหรียญพระพุทธรูปลงยาสีประจำวัน เนื้อทองคำ น้ำหนัก 1 บาท, เนื้อเงิน ลงยา มี 7 สี, เนื้อทองแดงองค์พระครอบ กะไหล่ทอง และเนื้อทองแดงองค์พระครอบกะไหล่ทอง บรรจุกล่อง ชุด 7 องค์ 7 สี

ส่วน พระกริ่ง กทม. ประกอบด้วย พระเครื่อง เนื้อทองคำ น้ำหนัก 3 บาท บรรจุกริ่ง, เนื้อทองคำ น้ำหนัก 3 บาท บรรจุกริ่ง, เนื้อทองคำ น้ำหนัก 3 สลึง ไม่บรรจุกริ่ง เนื้อนวโลหะขนาดองค์เท่าเนื้อทองคำ บรรจุกริ่ง น้ำหนัก 3 บาท และน้ำหนัก 1 บาท เหรียญพระกริ่ง เนื้อทองคำ น้ำหนัก 1 บาท เนื้อเงิน ลงยาสีประจำวัน เนื้อทองแดงองค์พระครอบกะไหล่ทอง และเนื้อทองแดงองค์พระครอบกะไหล่ทอง บรรจุกล่อง ชุด 7 องค์ 7 สี

ยอดบริจาคบูชาวันแรกกว่า 5.5 ล้านบาท พระกริ่งทองคำได้รับความนิยมสูงสุด

ภายหลังการแถลงข่าว ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้นำคณะผู้บริหาร และผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคบูชาพระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัช และพระกริ่ง กทม. ในวันแรก (1 ส.ค.) ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร มีผู้ให้ความสนใจร่วมบริจาคเป็นจำนวนมาก มูลค่าบริจาครวม 5,508,710 บาท โดยพระกริ่ง กทม. เนื้อทองคำหนัก 3 บาท บรรจุกริ่ง ได้รับความนิยมสูงสุด รองลงมา คือ พระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัช ที่เป็นพระบูชาขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้ว สูง 22 นิ้ว เนื้อโลหะผสมลงรักปิดทอง

เชิญร่วมบริจาคบูชาได้ตั้งแต่ 1 ส.ค. นี้ เป็นต้นไป

จึงขอเชิญชวนชาวไทยทั่วประเทศและผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาคบูชา พระพุทธพรรณีศรีธรรมไภสัชและ พระกริ่ง กทม. ได้ตั้งแต่วันนี้ (1 สิงหาคม) เป็นต้นไป ที่ศูนย์ประสานงานโครงการ ณ ลานคนเมือง เสาชิงช้า หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานงานเขต ทั้ง 50 เขต หรือโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครทั้ง 9 แห่ง โดยบริจาคผ่านบัญชีธนาคาร 4 แห่ง ได้แก่ บมจ. ธนาคารกรุงไทย สาขาโรงพยาบาลกลาง บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 841-0-01772-5, บมจ. ธนาคารกสิกรไทย สาขาคลองถม บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 618-2-06332-9, บมจ. ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเฉลิมนคร บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 037-2-50784-3, บมจ. ธนาคารกรุงเทพ สาขาพลับพลาไชย บัญชีสะสมทรัพย์ เลขที่ 001-4-55406-7 เพื่อทางมูลนิธิกรุงเทพมหานครจะนำรายได้ที่ประชาชนบริจาคบูชาไปสมทบทุนสร้างอาคารเวชศาสตร์เพื่อผู้สูงอายุ และโรงพยาบาลในเขตบางขุนเทียน ซึ่งกำลังจะจัดสร้างขึ้นเป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 10 ของกรุงเทพมหานครที่จะมีศูนย์รักษาโรคทั่วไปขนาด 200 เตียง และศูนย์เวชศาสตร์ด้านผู้สูงอายุครบวงจร อีก 100เตียง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 1555 หรือ 02 224 2947, 02 221 2141-69 ต่อ 1490-2 มือถือ 088 189 3807, 083 549 9448 www.bangkok.go.th