ค้นหาบล็อกนี้

วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

กทม.ต่อยอด Read on the Move บนรถเมล์ทั่วกรุง

กทม.ต่อยอด Read on the Move บนรถเมล์ทั่วกรุง

กทม.จับมือ ขสมก. เปิดตัวโครงการ Read on the Move จุดอ่านหนังสือบนรถเมล์ นำร่องใน 9 สาย 108 คัน เพื่อผลักดันโครงการกรุงเทพฯ เมืองหนังสือโลก 2556 พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนรักการอ่าน และใช้เวลาว่างระหว่างเดินทางอย่างเป็นประโยชน์

(28 ก.ค.54) นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดโครงการ “Read on the Move” กลุ่มภาคี ขสมก. หรือจุดอ่านหนังสือบนรถประจำทาง พร้อมปล่อยขบวนรถโดยสารประจำทางนำร่อง 9 สาย โดยมีนายวิรัตน์ โชคคติวัฒน์ รองผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ เขตการเดินรถที่ 1 (อู่บางเขน) ถนนพหลโยธิน

โครงการ “Read on the Move” กลุ่มภาคี ขสมก. เป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากโครงการกรุงเทพฯ เมืองหนังสือโลก 2556 (Bangkok World Book Capital 2013) ซึ่งกรุงเทพมหานครมุ่งเน้นให้ชาวกรุงเทพฯ เข้าถึงการอ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในขณะเดินทางซึ่งทุกวันนี้มีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องเสียเวลาอันมีค่าอยู่บนท้องถนน เพื่อเดินทางไปในที่ต่างๆ กรุงเทพมหานครจึงจัดหนังสือและนิตยสารไว้ประจำรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งจะติดตั้งอยู่บริเวณประตูหน้าและประตูหลังของรถ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้เวลาว่างอย่างมีประโยชน์ ซึ่งในเบื้องต้น ขสมก.ได้นำร่องโครงการฯ ในรถประจำทางปรับอากาศ จำนวน 9 สายๆ ละ 12 คัน รวม 108 คัน ได้แก่ สาย4 (ท่าเรือคลองเตย – ท่าน้ำภาษีเจริญ), สาย16 (ประชาชื่น – สุรวงศ์), สาย21 (วัดคู่สร้าง – จุฬาฯ), สาย543 (อู่บางเขน – ลำลูกกา), สาย510 (ม.ธ.ศูนย์รังสิต – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ),สาย60 (มีนบุรี – ปากคลองตลาด), สาย77 (เซ็นทรัลพระราม3 – หมอชิต), สาย129 (อู่บางเขน – สำโรง) และสาย 511 (ปากน้ำ – สถานีขนส่งสายใต้ใหม่) โดยรถประจำทางที่ร่วมโครงการจะติดสติ๊กเกอร์โครงการและข้อความรณรงค์รักการอ่านและเมืองหนังสือโลก 2013

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กิจกรรม Read on the Move ในวันนี้เป็นภารกิจต่อเนื่องภายหลังจากที่กรุงเทพมหานครได้เดินหน้าโครงการรักการอ่านบนรถแท็กซี่ จำนวน 500 คัน เพื่อส่งเสริมกิจกรรมรักการอ่านและการเป็นเมืองหนังสือโลก พร้อมกันนี้ กรุงเทพมหานครได้มอบนโยบายให้สำนักการศึกษา เปิดห้องสมุดโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร 50 แห่ง เพื่อให้บริการประชาชนทั่วไปในช่วงหลังเลิกเรียน หรือวันเสาร์-อาทิตย์ และเพิ่มจุดอ่านบริเวณที่พักรอของผู้มาใช้บริการภายในโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครทุกแห่ง รวมถึงตั้งจุดบริการการอ่านบริเวณสำนักงานเขตและหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งจะร่วมกับภาคีเครือข่ายขยายพื้นที่การอ่าน อาทิ ห้องสมุดเรือนจำ สถานพินิจ โรงพยาบาล มูลนิธิ และจัดทำห้องสมุดเพื่อผู้พิการ เพื่อขยายโอกาสไปยังผู้ด้อยโอกาสในแต่ละกลุ่มอีกด้วย

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครจะเปิดรับบริจาคหนังสือในโครงการฯ เพิ่มเติม โดยตั้งกล่องรับบริจาค ณ สำนักงานเขต และหน่วยงานในสังกัด ห้างเทสโก้ โลตัส และร้านสะดวกซื้อ (7-eleven) เพื่อเพิ่มจำนวนหนังสือในโครงการฯ และขยายโครงการรักการอ่านอย่างต่อเนื่องต่อไป

ชวนงดเหล้าเข้าพรรษาลดปัญหาสร้างเสริมสุขภาพ

ชวนงดเหล้าเข้าพรรษาลดปัญหาสร้างเสริมสุขภาพ

กทม. เดินหน้ารณรงค์งดเหล้าช่วงเทศกาลเข้าพรรษาถวายในหลวง 84 พรรษา บริเวณตลาดสดระดับเพชร 17 แห่ง พร้อมแสดงเจตนารมย์ร่วมลงนามปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา นำร่องตลาดประชานิเวศน์ ตั้งเป้าปีหน้ารณรงค์ครอบคลุมตลาดสดระดับทอง ประชาชนสนใจรับการบำบัดได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน ทั้ง 68 แห่ง ขอคำปรึกษาจากศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา โทร. 1413

(28 ก.ค. 54) ที่ตลาดประชานิเวศน์ เขตจตุจักร พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ภายใต้โครงการตลาดสดชวนงดเหล้า รวมพลังทำความดีถวายในหลวง 84 พรรษา ณ บริเวณตลาดประชานิเวศน์ เขตจตุจักร และร่วมลงนามปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา

สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ลงพื้นที่รณรงค์เชิญชวนพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนงดเหล้าช่วงเทศกาลเข้าพรรษา โดยจัดแสดงละครเร่สะท้อนปัญหาและผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลงนามปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา ให้คำปรึกษาการเลิกเหล้า คัดกรองผู้เข้าข่ายติดเหล้า แจกเอกสารรณรงค์ประชาสัมพันธ์ อาทิ สติ๊กเกอร์ แผ่นพับ ใบปลิว

รองผู้ว่าฯ มาลินี กล่าวว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการรณรงค์ให้ประชาชนลด ละ เลิกดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากเป็นเหตุให้เกิดปัญหาอื่นได้ เช่น ทำลายสุขภาพตนเอง ทำลายสุขภาพจิตคนรอบข้าง ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุและปัญหาอาชญากรรมได้ ซึ่งโครงการตลาดสดชวนงดเหล้าฯ เป็นโครงการนำร่องในการส่งเสริมให้ประชาชนงดบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์อย่างจริงจัง โดยเริ่มจากช่วงเทศกาลเข้าพรรษาและต่อเนื่องให้นานที่สุด ทั้งนี้ ได้กำหนดรณรงค์ในตลาดสดที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับเพชรจากสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร จำนวน 17 แห่ง และในปีหน้าจะรณรงค์ครอบคลุมในตลาดสดระดับทองต่อไป

สำหรับประชาชนที่สนใจจะลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สามารถปฏิบัติด้วยตนเองได้ง่ายๆ โดยหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นภายนอกและภายในที่ทำให้ต้องดื่มเหล้า เช่น เพื่อนชวน อารมณ์โกรธ เครียด หรือกังวล รับประทานอาหารให้อิ่มตามเวลามื้ออาหาร ตั้งสติ และท่องความตั้งใจในการเลิก หรือเขียนบัตรคำสั้นๆ ไว้ในกระเป๋าเสื้อ หากิจกรรมทำทดแทนในช่วงเวลาที่เคยดื่ม เช่น เล่นกีฬาที่ชอบ พาครอบครัวไปดูภาพยนตร์ เข้าวัด คบเพื่อนที่เลิกสุราได้แล้ว หรือเข้ากลุ่มผู้เลิกสุรานิรนาม และพบเจ้าหน้าที่ผู้ให้การบำบัด ซึ่งผู้ประสงค์เข้ารับการบำบัดติดสามารถติดต่อหรือขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร ทั้ง 68 แห่ง และสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับศูนย์บำบัดใกล้บ้านโทร. 1555 ขอรับคำปรึกษาจากศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา โทร. 1413 หรือดูรายละเอียดทาง www.1413.in.th

ชวนงดเหล้าเข้าพรรษาลดปัญหาสร้างเสริมสุขภาพ

ชวนงดเหล้าเข้าพรรษาลดปัญหาสร้างเสริมสุขภาพ

กทม. เดินหน้ารณรงค์งดเหล้าช่วงเทศกาลเข้าพรรษาถวายในหลวง 84 พรรษา บริเวณตลาดสดระดับเพชร 17 แห่ง พร้อมแสดงเจตนารมย์ร่วมลงนามปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา นำร่องตลาดประชานิเวศน์ ตั้งเป้าปีหน้ารณรงค์ครอบคลุมตลาดสดระดับทอง ประชาชนสนใจรับการบำบัดได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน ทั้ง 68 แห่ง ขอคำปรึกษาจากศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา โทร. 1413

(28 ก.ค. 54) ที่ตลาดประชานิเวศน์ เขตจตุจักร พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ภายใต้โครงการตลาดสดชวนงดเหล้า รวมพลังทำความดีถวายในหลวง 84 พรรษา ณ บริเวณตลาดประชานิเวศน์ เขตจตุจักร และร่วมลงนามปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา

สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ลงพื้นที่รณรงค์เชิญชวนพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนงดเหล้าช่วงเทศกาลเข้าพรรษา โดยจัดแสดงละครเร่สะท้อนปัญหาและผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลงนามปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา ให้คำปรึกษาการเลิกเหล้า คัดกรองผู้เข้าข่ายติดเหล้า แจกเอกสารรณรงค์ประชาสัมพันธ์ อาทิ สติ๊กเกอร์ แผ่นพับ ใบปลิว

รองผู้ว่าฯ มาลินี กล่าวว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการรณรงค์ให้ประชาชนลด ละ เลิกดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากเป็นเหตุให้เกิดปัญหาอื่นได้ เช่น ทำลายสุขภาพตนเอง ทำลายสุขภาพจิตคนรอบข้าง ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุและปัญหาอาชญากรรมได้ ซึ่งโครงการตลาดสดชวนงดเหล้าฯ เป็นโครงการนำร่องในการส่งเสริมให้ประชาชนงดบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์อย่างจริงจัง โดยเริ่มจากช่วงเทศกาลเข้าพรรษาและต่อเนื่องให้นานที่สุด ทั้งนี้ ได้กำหนดรณรงค์ในตลาดสดที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับเพชรจากสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร จำนวน 17 แห่ง และในปีหน้าจะรณรงค์ครอบคลุมในตลาดสดระดับทองต่อไป

สำหรับประชาชนที่สนใจจะลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สามารถปฏิบัติด้วยตนเองได้ง่ายๆ โดยหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นภายนอกและภายในที่ทำให้ต้องดื่มเหล้า เช่น เพื่อนชวน อารมณ์โกรธ เครียด หรือกังวล รับประทานอาหารให้อิ่มตามเวลามื้ออาหาร ตั้งสติ และท่องความตั้งใจในการเลิก หรือเขียนบัตรคำสั้นๆ ไว้ในกระเป๋าเสื้อ หากิจกรรมทำทดแทนในช่วงเวลาที่เคยดื่ม เช่น เล่นกีฬาที่ชอบ พาครอบครัวไปดูภาพยนตร์ เข้าวัด คบเพื่อนที่เลิกสุราได้แล้ว หรือเข้ากลุ่มผู้เลิกสุรานิรนาม และพบเจ้าหน้าที่ผู้ให้การบำบัด ซึ่งผู้ประสงค์เข้ารับการบำบัดติดสามารถติดต่อหรือขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร ทั้ง 68 แห่ง และสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับศูนย์บำบัดใกล้บ้านโทร. 1555 ขอรับคำปรึกษาจากศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา โทร. 1413 หรือดูรายละเอียดทาง www.1413.in.th

วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

กำหนดการกรุงเทพมหานคร วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

กำหนดการกรุงเทพมหานคร

วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

****************

10.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานพิธีเปิดกิจกรรม Read on the Move

กลุ่มภาคีส่งเสริมการอ่าน (ขสมก.)

ณ เขตการเดินรถที่ 1 บางเขน

10.30 น. พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รณรงค์ ตลาดสด งดเหล้า เข้าพรรษา

รวมพลังทำความดีถวายในหลวง 84 พรรษา

ตลาดสดประชานิเวศน์ ประชาชื่น

11.15 น รผว.ธีระชน แถลงข่าวผลประชุมการจัดระเบียบป้ายในที่สาธารณะ

ณ ห้องสุทัศน์ กทม.

14.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารจากมูลนิธิสหพันธ์
สันติภาพสากล (ประเทศไทย) เข้าพบ เพื่อหารือเรื่องการจัดกิจกรรมรณรงค์ยืนสงบนิ่งร่วมจิตอธิษฐาน
และอ่านสารสันติภาพของเลขาธิการองค์การสหประชาชาติและนายกรัฐมนตรี เนื่องในวันสันติภาพสากล
2554 ในสถานศึกษาทั่วประเทศ

ณ ห้องอัมรินทร์ กทม.

16.00 น. พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานพิธีมอบประกาศนียบัตรและ

ปิดการฝึกอบรมหลักสูตรการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขั้นพื้นฐาน รุ่นที่ 9

ณ บริเวณลานหน้าองค์พระ ภายในศาลาว่าการกทม.

สภากทม. เห็นชอบให้กทม. ยืมเงินสะสม 2,644 ล้านบาท

สภากทม. เห็นชอบให้กทม. ยืมเงินสะสม 2,644 ล้านบาท

(27 ก.ค. 54) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร : นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 3 ครั้งที่ 3 ประจำปีพุทธศักราช 2554 ซึ่งมีคณะสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุม

ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร มีมติเห็นชอบญัตติให้กรุงเทพมหานครยืมเงินสะสมกรุงเทพมหานครจำนวน 2,644,692,694 บาท (สองพันหกร้อยสี่สิบสี่ล้านหกแสนเก้าหมื่นสองพันหกร้อยเก้าสิบสี่บาทถ้วน) โดยก่อนหน้านี้ที่ประชุม ซึ่งมีนายนายพิพัฒน์ ลาภปรารถนา เป็นประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาญัตติฯก่อนให้ความเห็นชอบ ได้พิจารณาในรายละเอียด สำหรับหน่วยงานที่ยืมเงินสะสมกทม. มีดังนี้ สำนักการโยธา 430,951,000 บาท, สำนักการระบายน้ำ 210,709,127 บาท, สำนักการจราจรและขนส่ง 850,107,152 บาท, สำนักสิ่งแวดล้อม 1,077,725,415 บาท, สำนักการศึกษา 31,600,000 บาท และไม่เห็นชอบให้กรุงเทพมหานคร ยืมเงินสะสมกรุงเทพมหานคร 43,600,000 บาท (สี่สิบสามล้านหกแสนบาทถ้วน) ได้แก่หน่วยงาน สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล 43,600,000 บาท เนื่องจากหน่วยงานยังไม่ได้ก่อหนี้ผูกพัน

ทั้งนี้ ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครจะได้ให้สำนักเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร ยืนยันในญัตติฯ ก่อนส่งเรื่องให้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดำเนินการต่อไป

สภากทม. กระทุ้งผู้บริหารปรับปรุงทางเดิน ค.ส.ล. ทั่วกทม. หวั่นเกิดอันตรายกับประชาชน

สภากทม. กระทุ้งผู้บริหารปรับปรุงทางเดิน ค.ส.ล. ทั่วกทม. หวั่นเกิดอันตรายกับประชาชน

(27 ก.ค. 54) เวลา 10.00 น. นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 3 ครั้งที่ 3 ประจำปีพุทธศักราช 2554 ซึ่งมีคณะสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร

ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครได้มีการพิจารณาญัตติที่เสนอโดยนายประเสริฐ ทองนุ่น สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางกะปิ เรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครปรับปรุงทางเดิน ค.ส.ล.(คอนกรีตเสริมเหล็ก)ริมคลองทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากทางเดิน ค.ส.ล. (คอนกรีตเสริมเหล็ก) ริมคลองที่มีอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้ก่อสร้างมาเป็นเวลานาน ปัจจุบันมีสภาพชำรุดทรุดโทรมเป็นอุปสรรคในการสัญจร เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ประกอบกับไฟฟ้าส่องสว่างชำรุดเสียหาย ทำให้ประชาชนไม่มีความปลอดภัยในชีวิตละทรัพย์สิน ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการเดินทางมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และเพื่อการพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็นมหานครแห่งคุณภาพชีวิตที่ดี จึงขอให้กรุงเทพมหานครปรับปรุงทางเดิน ค.ส.ล.(คอนกรีตเสริมเหล็ก) ริมคลองทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้สามารถรองรับการสัญจรไปมาของประชาชน

ด้าน นายประเสริฐ ทองนุ่น ได้อภิปรายถึงสภาพเส้นทางเดิน ค.ส.ล.(คอนกรีตเสริมเหล็ก) ในกรุงเทพมหานคร ที่มีอยู่ 2,000 กว่าแห่ง โดยยกตัวอย่างสภาพที่มีความทรุดโทรมของเส้นทางเดิน ยังไม่ได้รับการซ่อมแซม, ปัจจุบันสภาพถนน สภาพคลองชำรุดทรุดโทรมลงมาก เนื่องจากการปรับปรุงยังไม่ทั่วถึง และยังไม่มีการเปิดไฟส่องสว่าง บางแห่งยังใช้สะพานไม้ซึ่งมีสภาพไม่แข็งแรง ไม่มีทางเดินเท้า จึงเสนอให้สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ต้องมีนโยบายที่แน่นนอนในการปรับปรุง

ทั้งนี้ได้มีสมาชิกสภากรุงเทพมหานครร่วมอภิปรายปัญหาทางเดิน ค.ส.ล.(คอนกรีตเสริมเหล็ก) ในเขตกรุงเทพมหานคร นับเป็นปัญหาที่เรื้อรัง เนื่องจากนโยบายการปรับปรุงไม่มีความแน่ชัดเจน ไม่มีการพัฒนาปรับปรุง ไม่มีการตรวจสอบดูแล การตรวจสอบรับงานไม่มีมาตรฐาน ขอให้กทม.ช่วยปรับปรุงดูแลซ่องแซมให้มากกว่านี้

ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำหนังสือถึงสำนักการระบายน้ำ ให้ซ่อมแซมและสำรวจทางเดิน ค.ส.ล.(คอนกรีตเสริมเหล็ก) ที่จะต้องมีการปรับปรุงในภาพรวมแล้ว เพื่อจะได้ดำเนินการของบประมาณจ่ายขาดจากสภากรุงเทพมหานคร ในการซ่อมแซมตามความเหมาะสมต่อไป

ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครมีมติเห็นชอบในญัตติดังกล่าว โดยมอบเลขานุการสภากรุงเทพมหสนคร ส่งเรื่องให้ฝ่ายบริหารกรุงเทพมหานครดำเนินการต่อไป

สภากทม.ตั้ง คกก.วิสามัญ 46 คน พิจารณางบประมาณรายจ่าย 55,000 ล้านบาท

สภากทม.ตั้ง คกก.วิสามัญ 46 คน พิจารณางบประมาณรายจ่าย 55,000 ล้านบาท

สภากทม. เห็นชอบตั้งคณะกรรมการวิสามัญ 46 คน พิจารณาร่างข้อบัญญัติกทม.เรื่อง งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2555 เน้นให้หน่วยงานใช้จ่ายงบให้เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด

(27 .. 54) ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร : นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 โดยมี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ร่วมประชุม

ในที่ประชุม ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เสนอร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 ต่อที่ประชุม โดยตั้งงบประมาณแบบงบสมดุลมีรายได้และรายจ่ายเท่ากัน จำแนกเป็น วงเงินงบประมาณรายรับ 55,780.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณปี 54 จำนวน 9,100 ล้านบาท ประกอบด้วย ประมาณการรายรับของกรุงเทพมหานคร 55,000 ล้านบาท ประมาณการรายรับของการพาณิชย์กรุงเทพมหานคร 780.84 ล้านบาท จำแนกเป็นรายได้ประจำ 473.81 ล้านบาท รายได้พิเศษ 201.21 ล้านบาท และคาดการณ์จะได้รับเงินงบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาลเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ สำหรับปีงบประมาณ 2555 จำนวน 14,027.59 ล้านบาท และวงเงินงบประมาณการรายจ่าย 55,507.97 ล้านบาท ประกอบด้วย ประมาณการรายจ่ายของกทม. 55,000 ล้านบาท จำแนกเป็น รายจ่ายประจำ 4,600 ล้านบาท โดยจ่ายจากรายได้ประจำของกทม. 4,100 ล้านบาท ประมาณรายจ่ายของการพาณิชย์กทม. 458.39 ล้านบาท จำแนกเป็น รายจ่ายประจำ 239.19 ล้านบาท โดยจ่ายจากรายได้ประจำของการพาณิชย์ของกทม. 487.71 ล้านบาท รายจ่ายพิเศษ 268.78 ล้านบาท โดยจ่ายจากกำไรสะสมของการพานิชย์ของกทม. 293.12 ล้านบาท

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายปี 2555 จะไม่รวมงบประมาณรายจ่ายของการพาณิชย์ โดยได้จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนนโยบายในด้านต่างๆ ตามนโยบายของผู้บริหารและทิศทางของแผนพัฒนาเพื่อประโยชน์ของกรุงเทพมหานคร จำแนกเป็น ด้านการแก้ปัญหาจราจร 1,807 ล้านบาท ด้านเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม 2,815 ล้านบาท ด้านส่งเสริมสุขภาพคนเมือง 2,080 ล้านบาท ด้านการดูแลความปลอดภัยและจัดการเมือง 557 ล้านบาท ด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการส่งเสริมการท่องเที่ยว 592 ล้านบาท ด้านการศึกษา 1,895 ล้านบาท ทั้งนี้กรุงเทพมหานครจึงจำเป็นต้องใช้งบประมาณเพื่อดำเนินงานตามนโยบายหลัก 6 ด้าน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและตรงตามนโยบายในการพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองหลวงที่น่าอยู่ ยั่งยืน และเป็นเมืองสวรรค์ ภายในปี 2555 สนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ด้าน สมาชิกสภากรุงเทพมหานครได้ร่วมกันอภิปรายกันอย่างกว้างขวางถึงการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานซึ่งจะต้องเป็นประโยชน์สูงสุด และต้องคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นหลัก พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตหน่วยงานควรดำเนินโครงการที่เป็นประโยชน์และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อมและพัฒนาเมืองหลวงให้น่าอยู่อย่างยั่งยืนอีกด้วย

ทั้งนี้ ในที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างข้อ บัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ทั้งหมด จำนวน 46 คน โดยกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาภายใน 45 วัน