ทุ่งครุกำหนดจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
นายศุภพงษ์ กฤษณพันธุ์ ผู้อำนวยการเขตทุ่งครุ กทม. กล่าวว่า เขตฯ กำหนดจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ขึ้นทะเบียนไว้ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล งวดที่ 6 ประจำปี 2554 (รับเงินสด) ในวันที่ 10 มี.ค. 54 เป็นต้นไป เวลา 09.30-15.30 น. ณ สำนักงานเขตทุ่งครุ โดยนำหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง) ไปแสดงด้วย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายพัฒนาชุมชนฯ โทร.0 2464 4391 ในวันและเวลาราชการ
Let's Bring Happiness Back to Bangkok :) "ข้อมูลข่าวจาก กองประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร":D
ค้นหาบล็อกนี้
วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554
กทม. เปิดรับสมัครงานหลายอัตรา
กทม. เปิดรับสมัครงานหลายอัตรา
นายมนัส ปสาทรัตน์ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ กทม. แจ้งว่า หน่วยงานของกรุงเทพมหานครเปิดรับสมัครงานหลายอัตรา ดังนี้
โรงพยาบาลตากสิน รับสมัครสอบและคัดเลือกบุคคลภายนอกมาช่วยปฏิบัติราชการตามโครงการเพิ่มศักยภาพการให้บริการของโรงพยาบาลตากสิน รวม 27 อัตรา ประกอบด้วย ตำแหน่งนักประชาสัมพันธ์ (เพศหญิง) จำนวน 2 อัตรา เจ้าหน้าที่พัสดุ (เพศชาย) จำนวน 1 อัตรา เจ้าหน้าที่ธุรการ (เพศชาย, เพศหญิง) จำนวน 3 อัตรา พนักงานธุรการ(เพศชาย 1 อัตรา, เพศหญิง 1 อัตรา) จำนวน 2 อัตรา ลูกมือช่าง (ช่างไฟฟ้า) (เพศชาย) จำนวน 1 อัตรา ลูกมือช่าง (ช่างทาสี) (เพศชาย) จำนวน 1 อัตรา ผู้ช่วยเหลือคนไข้ (เพศหญิง) จำนวน 9 อัตรา คนครัว (เพศชาย) จำนวน 1 อัตรา คนงาน (ปฏิบัติหน้าที่หามเปล) (เพศชาย) จำนวน 2 อัตรา และคนงาน (เพศชาย 4 อัตรา, เพศหญิง 1 อัตรา) จำนวน 5 อัตรา ผู้ประสงค์จะสมัครสอบให้ขอและยื่นใบสมัครด้วยตนเองที่งานการเจ้าหน้าที่ ฝ่ายบริหารงานทั่วไป โรงพยาบาลตากสิน (ชั้น 6 อาคาร 17 ชั้น) ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 18 มี.ค. 54 ในวันและเวลาราชการ สอบถามโทร. 0 2437 0123
นายมนัส ปสาทรัตน์ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ กทม. แจ้งว่า หน่วยงานของกรุงเทพมหานครเปิดรับสมัครงานหลายอัตรา ดังนี้
โรงพยาบาลตากสิน รับสมัครสอบและคัดเลือกบุคคลภายนอกมาช่วยปฏิบัติราชการตามโครงการเพิ่มศักยภาพการให้บริการของโรงพยาบาลตากสิน รวม 27 อัตรา ประกอบด้วย ตำแหน่งนักประชาสัมพันธ์ (เพศหญิง) จำนวน 2 อัตรา เจ้าหน้าที่พัสดุ (เพศชาย) จำนวน 1 อัตรา เจ้าหน้าที่ธุรการ (เพศชาย, เพศหญิง) จำนวน 3 อัตรา พนักงานธุรการ(เพศชาย 1 อัตรา, เพศหญิง 1 อัตรา) จำนวน 2 อัตรา ลูกมือช่าง (ช่างไฟฟ้า) (เพศชาย) จำนวน 1 อัตรา ลูกมือช่าง (ช่างทาสี) (เพศชาย) จำนวน 1 อัตรา ผู้ช่วยเหลือคนไข้ (เพศหญิง) จำนวน 9 อัตรา คนครัว (เพศชาย) จำนวน 1 อัตรา คนงาน (ปฏิบัติหน้าที่หามเปล) (เพศชาย) จำนวน 2 อัตรา และคนงาน (เพศชาย 4 อัตรา, เพศหญิง 1 อัตรา) จำนวน 5 อัตรา ผู้ประสงค์จะสมัครสอบให้ขอและยื่นใบสมัครด้วยตนเองที่งานการเจ้าหน้าที่ ฝ่ายบริหารงานทั่วไป โรงพยาบาลตากสิน (ชั้น 6 อาคาร 17 ชั้น) ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 18 มี.ค. 54 ในวันและเวลาราชการ สอบถามโทร. 0 2437 0123
สภากทม. ให้การต้อนรับคณะนักศึกษาในโอกาสดูการบริหารงานกทม.
สภากทม. ให้การต้อนรับคณะนักศึกษาในโอกาสดูการบริหารงานกทม.
สภากทม. ให้การต้อนรับคณะนักศึกษา จากวิทยาลัยทองสุข ภาควิชาการบริหารนครหลวง ในโอกาสมาศึกษาการดำเนินงานของสภากรุงเทพมหานคร
(3 มี.ค. 54) นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภากรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ร่วมให้การต้อนรับคณะนักศึกษาและคณาจารย์ ภาควิชาการบริหารนครหลวง คณะรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยทองสุข จำนวน 16 คน ในโอกาสเข้าเยี่ยมคาราวะและศึกษาดูงานด้านการบริหารงานนครหลวงเพื่อนำไปใช้เสริมความรู้ด้านการศึกษา ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร
ประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สภากรุงเทพมหานครเป็นเสมือนหัวใจในการบริหารกรุงเทพมหานครและมีความสำคัญในการแก้ไขปัญหาของท้องถิ่น รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีทำให้เกิดความมั่นคงและเจริญก้าวหน้า ทั้งนี้สภากรุงเทพมหานครในฐานะเป็นองค์กรนิติบัญญัติของกรุงเทพมหานครประกอบด้วย สมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน 50 เขต ของกรุงเทพมหานคร เป็นผู้เลือกตั้งเข้ามา ปัจจุบันมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้งสิ้น 61 คน โดยมีหน้าที่ควบคุมและตรวจสอบการบริหารงานของฝ่ายบริหาร รวมทั้งประชุมพิจารณาร่วมกับหน่วยงานกรุงเทพมหานครเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ เสนอญัตติและพิจารณาให้ความเห็นชอบในการตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เป็นต้น ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลความเดือดร้อนของประชาชน โดยกรุงเทพมหานครถือเป็นการปกครองรูปแบบพิเศษตามพระราชบัญญัติบริหารราชการ ปี 2528 โดยคำนึงถึงความเป็นเมืองหลวงและเป็นศูนย์กลางของประเทศทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ทั้งระดับภายในและระหว่างประเทศอีกด้วย
สภากทม. ให้การต้อนรับคณะนักศึกษา จากวิทยาลัยทองสุข ภาควิชาการบริหารนครหลวง ในโอกาสมาศึกษาการดำเนินงานของสภากรุงเทพมหานคร
(3 มี.ค. 54) นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภากรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ร่วมให้การต้อนรับคณะนักศึกษาและคณาจารย์ ภาควิชาการบริหารนครหลวง คณะรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยทองสุข จำนวน 16 คน ในโอกาสเข้าเยี่ยมคาราวะและศึกษาดูงานด้านการบริหารงานนครหลวงเพื่อนำไปใช้เสริมความรู้ด้านการศึกษา ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร
ประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สภากรุงเทพมหานครเป็นเสมือนหัวใจในการบริหารกรุงเทพมหานครและมีความสำคัญในการแก้ไขปัญหาของท้องถิ่น รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีทำให้เกิดความมั่นคงและเจริญก้าวหน้า ทั้งนี้สภากรุงเทพมหานครในฐานะเป็นองค์กรนิติบัญญัติของกรุงเทพมหานครประกอบด้วย สมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน 50 เขต ของกรุงเทพมหานคร เป็นผู้เลือกตั้งเข้ามา ปัจจุบันมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้งสิ้น 61 คน โดยมีหน้าที่ควบคุมและตรวจสอบการบริหารงานของฝ่ายบริหาร รวมทั้งประชุมพิจารณาร่วมกับหน่วยงานกรุงเทพมหานครเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ เสนอญัตติและพิจารณาให้ความเห็นชอบในการตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เป็นต้น ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลความเดือดร้อนของประชาชน โดยกรุงเทพมหานครถือเป็นการปกครองรูปแบบพิเศษตามพระราชบัญญัติบริหารราชการ ปี 2528 โดยคำนึงถึงความเป็นเมืองหลวงและเป็นศูนย์กลางของประเทศทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ทั้งระดับภายในและระหว่างประเทศอีกด้วย
กทม. อนุมัติเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ผู้ประสบภัยจากการชุมนุม
กทม. อนุมัติเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ผู้ประสบภัยจากการชุมนุม
(4 มี.ค. 54) ณ ห้องสุทัศน์ ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) : นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการกองทุน ร่วมสร้างกรุงเทพมหานคร รวมกันเราทำได้ ครั้งที่ 1/2554 โดยที่ประชุมฯ ได้พิจารณาอนุมัติเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบจากการชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และเหตุการณ์ต่อเนื่องที่อยู่ในระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพิ่มเติมจำนวน 4 ราย ประกอบด้วย ประเภทผู้ประสบภัยที่เสียชีวิต จำนวน 2 ราย คือ นายมนต์ชัย แซ่จอง และนายเกรียงไกร คำน้อย ซึ่งทั้ง 2 รายมีรายชื่ออยู่ในบัญชีผู้เสียชีวิตที่ไม่สามารถติดต่อได้ในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือครั้งแรก แต่เมื่อมีการมอบเงินช่วยเหลือจากกองทุนฯ เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 53 ทำให้ญาติทราบข่าว จึงติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนฯ โดยคณะกรรมการบริหารจัดการกองทุนฯ พิจารณาตามหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือฯ เป็นกรณีผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตไม่มีบุตรที่ต้องอุปการะเลี้ยงดู ให้เงินช่วยเหลือเพื่อการฟื้นฟูเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตครอบครัวละ 30,000 บาท รวมเป็นเงิน 60,000 บาท
นอกจากนี้ยังอนุมัติเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย คือ 1. นางแปลง แสงเรือง ได้รับเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ฯ กรณีผู้ประสบภัยที่ได้รับบาดเจ็บไม่ถึงกับทุพพลภาพ จำนวน 18,000 บาท ตามส่วนเกินของค่ารักษาพยาบาลที่ไม่สามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลของบุตรชายที่เป็นตำรวจเบิกได้ 2. นายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง ได้รับเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ฯ กรณีผู้ประสบภัยที่ได้รับบาดเจ็บจนทุพพลภาพตามคำวินิจฉัยของแพทย์ เพื่อฟื้นฟูเยียวยาจำนวน 200,000 บาท
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะจัดพิธีมอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยทั้ง 4 ราย โดยเรียนเชิญ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือดังกล่าว และขณะนี้บัญชีเงินฝากของกองทุนร่วมสร้างกรุงเทพมหานคร รวมกันเราทำได้ มียอดเงินบริจาค ณ วันที่ 1 มี.ค. 54 เป็นเงินทั้งสิ้น 15,695,544.53 บาท โดยประชาชนสามารถร่วมบริจาคผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาย่อยศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เลขที่บัญชี 088-0-04320-2 ชื่อบัญชี “กองทุน รวมกันเราทำได้ (เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการชุมนุม โดย กรุงเทพมหานคร)”
(4 มี.ค. 54) ณ ห้องสุทัศน์ ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) : นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการกองทุน ร่วมสร้างกรุงเทพมหานคร รวมกันเราทำได้ ครั้งที่ 1/2554 โดยที่ประชุมฯ ได้พิจารณาอนุมัติเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบจากการชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และเหตุการณ์ต่อเนื่องที่อยู่ในระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพิ่มเติมจำนวน 4 ราย ประกอบด้วย ประเภทผู้ประสบภัยที่เสียชีวิต จำนวน 2 ราย คือ นายมนต์ชัย แซ่จอง และนายเกรียงไกร คำน้อย ซึ่งทั้ง 2 รายมีรายชื่ออยู่ในบัญชีผู้เสียชีวิตที่ไม่สามารถติดต่อได้ในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือครั้งแรก แต่เมื่อมีการมอบเงินช่วยเหลือจากกองทุนฯ เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 53 ทำให้ญาติทราบข่าว จึงติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนฯ โดยคณะกรรมการบริหารจัดการกองทุนฯ พิจารณาตามหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือฯ เป็นกรณีผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตไม่มีบุตรที่ต้องอุปการะเลี้ยงดู ให้เงินช่วยเหลือเพื่อการฟื้นฟูเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตครอบครัวละ 30,000 บาท รวมเป็นเงิน 60,000 บาท
นอกจากนี้ยังอนุมัติเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย คือ 1. นางแปลง แสงเรือง ได้รับเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ฯ กรณีผู้ประสบภัยที่ได้รับบาดเจ็บไม่ถึงกับทุพพลภาพ จำนวน 18,000 บาท ตามส่วนเกินของค่ารักษาพยาบาลที่ไม่สามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลของบุตรชายที่เป็นตำรวจเบิกได้ 2. นายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง ได้รับเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ฯ กรณีผู้ประสบภัยที่ได้รับบาดเจ็บจนทุพพลภาพตามคำวินิจฉัยของแพทย์ เพื่อฟื้นฟูเยียวยาจำนวน 200,000 บาท
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะจัดพิธีมอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยทั้ง 4 ราย โดยเรียนเชิญ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือดังกล่าว และขณะนี้บัญชีเงินฝากของกองทุนร่วมสร้างกรุงเทพมหานคร รวมกันเราทำได้ มียอดเงินบริจาค ณ วันที่ 1 มี.ค. 54 เป็นเงินทั้งสิ้น 15,695,544.53 บาท โดยประชาชนสามารถร่วมบริจาคผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาย่อยศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เลขที่บัญชี 088-0-04320-2 ชื่อบัญชี “กองทุน รวมกันเราทำได้ (เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการชุมนุม โดย กรุงเทพมหานคร)”
กทม. พร้อมเพิ่มความร่วมมือด้านเยาวชนและสิ่งแวดล้อมกับฟูกูโอกะ
กทม. พร้อมเพิ่มความร่วมมือด้านเยาวชนและสิ่งแวดล้อมกับฟูกูโอกะ
(4 มี.ค. 54) ณ ห้องอมรพิมาน ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) : ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายพีระพงษ์ สายเชื้อ รองปลัดกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ Mr.Takenori Yamasaki รองผู้ว่าราชการจังหวัดฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น และคณะ เข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสเดินทางศึกษาดูงาน ณ ประเทศไทย สาธารณรัฐเวียดนาม และประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 3–5 มี.ค. 54 ซึ่งเบื้องต้นได้หารือถึงความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับฟูกูโอกะด้านการแลกเปลี่ยนเยาวชนและด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อประโยชน์ของเมืองทั้ง 2 ในอนาคต
ทั้งนี้ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครและฟูกูโอกะได้สถาปนาความสัมพันธ์เป็นเมืองพี่เมืองน้องเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีและความร่วมมือด้านต่างๆ ระหว่างกัน โดยตั้งแต่ปี 2550–2553 กรุงเทพมหานครได้ส่งเยาวชนไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีและวัฒนธรรมที่จังหวัดฟูกูโอกะ จำนวน 2 ครั้ง
นอกจากนี้ฟูกูโอกะถือเป็นเมืองที่มีแบบอย่างอันเป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม มีการจัดโครงการฝึกอบรม Fukuoka International Environmental Management Program และได้จัดสรรทุนฝึกอบรมดังกล่าวแก่ข้าราชการกรุงเทพมหานครที่ปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อมปีละ 2 คน ตั้งแต่ปี 2549–2553 ปัจจุบันมีข้าราชการกรุงเทพมหานครเข้ารับการฝึกอบรมแล้ว 10 คน
ockquote>
(4 มี.ค. 54) ณ ห้องอมรพิมาน ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) : ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายพีระพงษ์ สายเชื้อ รองปลัดกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ Mr.Takenori Yamasaki รองผู้ว่าราชการจังหวัดฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น และคณะ เข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสเดินทางศึกษาดูงาน ณ ประเทศไทย สาธารณรัฐเวียดนาม และประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 3–5 มี.ค. 54 ซึ่งเบื้องต้นได้หารือถึงความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับฟูกูโอกะด้านการแลกเปลี่ยนเยาวชนและด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อประโยชน์ของเมืองทั้ง 2 ในอนาคต
ทั้งนี้ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครและฟูกูโอกะได้สถาปนาความสัมพันธ์เป็นเมืองพี่เมืองน้องเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีและความร่วมมือด้านต่างๆ ระหว่างกัน โดยตั้งแต่ปี 2550–2553 กรุงเทพมหานครได้ส่งเยาวชนไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีและวัฒนธรรมที่จังหวัดฟูกูโอกะ จำนวน 2 ครั้ง
นอกจากนี้ฟูกูโอกะถือเป็นเมืองที่มีแบบอย่างอันเป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม มีการจัดโครงการฝึกอบรม Fukuoka International Environmental Management Program และได้จัดสรรทุนฝึกอบรมดังกล่าวแก่ข้าราชการกรุงเทพมหานครที่ปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อมปีละ 2 คน ตั้งแต่ปี 2549–2553 ปัจจุบันมีข้าราชการกรุงเทพมหานครเข้ารับการฝึกอบรมแล้ว 10 คน
ockquote>
วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2554
สภากทม. ให้การต้อนรับคณะนักศึกษาในโอกาสดูการบริหารงานท้องถิ่น กทม.
สภากทม. ให้การต้อนรับคณะนักศึกษาในโอกาสดูการบริหารงานท้องถิ่น กทม.
( 3 มี.ค.54 ) นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภากรุงเทพมหานคร ร่วมให้การต้อนรับคณะนักศึกษาและคณาจารย์ ภาควิชาการบริหารนครหลวง คณะรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยทองสุข จำนวน 16 คน ในโอกาศเข้าเยี่ยมคาราวะและศึกษาดูงานเพื่อนำไปใช้เสริมความรู้ด้านการศึกษา ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร
ระบบการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพย์/ผู้ติด
ปัญหายาเสพติดถือเป็นปัญหาระดับประเทศตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่หนึ่งที่ประสบปัญหา การแพร่ระบาดของยาเสพติด เนื่องจากเป็นเมืองหลวง มีความเจริญทางเศรษฐกิจสังคมอย่างรวดเร็ว และมีความหนาแน่นของประชากร จึงเป็นแหล่งจำหน่ายและแหล่งพักยาเพื่อส่งออกต่างประเทศและกระจายไปสู่ภาคต่างๆ ของประเทศ ส่งผลกระทบก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคม ทั้งอาชญากรรม ปัญหาการศึกษา ปัญหาสังคม ฯลฯ
ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือการมุ่งแก้ปัญหาที่ตัวคนเป็นหลัก ทั้งในด้านการปราบปราม และการลดโอกาสของการติด การเสพ การทดลองใช้ยาหรือสัมผัสกับยาเสพติดรวมทั้งลดความต้องการในการใช้ยาซึ่งวิธีที่จะช่วยในการเลิกใช้ยาได้นั้น คือ การบำบัด รักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด
ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 ได้กำหนดให้ผู้ติดยาเสพติดเป็นผู้ป่วย ซึ่งมีการบำบัด รักษาผู้ติดยาเสพติดในปัจจุบัน 3 ระบบดังนี้
ระบบต้องโทษ ผู้ติดยาเสพติดที่ได้กระทำความผิดเกี่ยวกับคดียาเสพติดและถูกคุมขัง ต้องได้รับการรักษาพยาบาลภายใต้ข้อบังคับของกฎหมาย โดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบได้แก่ ทัณฑสถานต่างๆ ของกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน แต่เนื่องจากสถานที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อแก้ไขปัญหานี้จึงได้มีการจัดตั้งระบบบังคับบำบัดขึ้น
ระบบบังคับบำบัด ในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพที่จัดตั้งขึ้น ผู้ติดยาเสพติดที่ถูกจับในฐานะผู้เสพจะถูกจับกุมและนำเข้าระบบบังคับบำบัดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 หากผู้เข้ารับการบำบัดฟื้นฟูฯ มีผลการบำบัดรักษาเป็นที่น่าพอใจก็จะถูกปล่อยโดยไม่ดำเนินคดี
ระบบสมัครใจ เป็นระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้เสพหรือผู้ติดยาเสพติดที่ต้องการเลิกยาเสพติดโดยสมัครใจมีโอกาสเลือก ที่จะเข้ารับการบำบัดรักษา โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถูกดำเนินคดีมาก่อนและไม่มีกรอบของกฎหมายเป็นตัวบังคับ ขึ้นอยู่กับตัวผู้เสพเอง โดยมีสหวิชาชีพให้การดูแลและไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการบำบัดรักษา รวมทั้งครอบครัวและชุมชนก็สามารถมีส่วนร่วมชักชวนให้ผู้ติดยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษาและดูแลอย่างต่อเนื่องได้
อย่างไรก็ตามเพื่อให้การบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดประสบความสำเร็จมากที่สุด กรุงเทพมหานครจึงมุ่งเน้นการบำบัดรักษาระบบสมัครใจ เพราะหากผู้เข้ารับการบำบัดรักษามีความพร้อมทางด้านจิตใจแล้ว จะเป็นการง่ายต่อการรักษาให้หายขาดจากอาการติดยา เพื่อที่จะได้เป็นอีกทางในการลดปัญหายาเสพติด ด้วยเหตุนี้กทม. จึงได้จัดเตรียมสถานบำบัดฟื้นฟูรักษาผู้ติดยาเสพติดทั้งระบบบังคับบำบัดและระบบสมัครใจในการรองรับการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งขอรับบริการได้ที่ศูนย์ซับน้ำตาของสำนักการแพทย์ คลินิกยาเสพติด 18 แห่ง ศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 68 แห่งของกรุงเทพมหานคร โดยให้การบำบัด รักษา ฟื้นฟูสภาพผู้ติดยาเสพติดแบบระบบผู้ป่วยนอก รวมทั้งการบำบัด รักษา ฟื้นฟูสภาพผู้ติดยาเสพติดระบบผู้ป่วยใน ณ สถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด (บ้านพิชิตใจ) ของสำนักอนามัยเป็นสถานที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ติดยาเสพติดได้รับการดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพแบบครบวงจร รวมทั้งฝึกทักษะอาชีพเบื้องต้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้สมาชิกสามารถกลับไปดำเนินชีวิตในสังคมตามปกติ สามารถรับคำปรึกษาและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 2329 1353, 0 2329 1566
ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือการมุ่งแก้ปัญหาที่ตัวคนเป็นหลัก ทั้งในด้านการปราบปราม และการลดโอกาสของการติด การเสพ การทดลองใช้ยาหรือสัมผัสกับยาเสพติดรวมทั้งลดความต้องการในการใช้ยาซึ่งวิธีที่จะช่วยในการเลิกใช้ยาได้นั้น คือ การบำบัด รักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด
ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 ได้กำหนดให้ผู้ติดยาเสพติดเป็นผู้ป่วย ซึ่งมีการบำบัด รักษาผู้ติดยาเสพติดในปัจจุบัน 3 ระบบดังนี้
ระบบต้องโทษ ผู้ติดยาเสพติดที่ได้กระทำความผิดเกี่ยวกับคดียาเสพติดและถูกคุมขัง ต้องได้รับการรักษาพยาบาลภายใต้ข้อบังคับของกฎหมาย โดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบได้แก่ ทัณฑสถานต่างๆ ของกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน แต่เนื่องจากสถานที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อแก้ไขปัญหานี้จึงได้มีการจัดตั้งระบบบังคับบำบัดขึ้น
ระบบบังคับบำบัด ในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพที่จัดตั้งขึ้น ผู้ติดยาเสพติดที่ถูกจับในฐานะผู้เสพจะถูกจับกุมและนำเข้าระบบบังคับบำบัดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 หากผู้เข้ารับการบำบัดฟื้นฟูฯ มีผลการบำบัดรักษาเป็นที่น่าพอใจก็จะถูกปล่อยโดยไม่ดำเนินคดี
ระบบสมัครใจ เป็นระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้เสพหรือผู้ติดยาเสพติดที่ต้องการเลิกยาเสพติดโดยสมัครใจมีโอกาสเลือก ที่จะเข้ารับการบำบัดรักษา โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถูกดำเนินคดีมาก่อนและไม่มีกรอบของกฎหมายเป็นตัวบังคับ ขึ้นอยู่กับตัวผู้เสพเอง โดยมีสหวิชาชีพให้การดูแลและไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการบำบัดรักษา รวมทั้งครอบครัวและชุมชนก็สามารถมีส่วนร่วมชักชวนให้ผู้ติดยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษาและดูแลอย่างต่อเนื่องได้
อย่างไรก็ตามเพื่อให้การบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดประสบความสำเร็จมากที่สุด กรุงเทพมหานครจึงมุ่งเน้นการบำบัดรักษาระบบสมัครใจ เพราะหากผู้เข้ารับการบำบัดรักษามีความพร้อมทางด้านจิตใจแล้ว จะเป็นการง่ายต่อการรักษาให้หายขาดจากอาการติดยา เพื่อที่จะได้เป็นอีกทางในการลดปัญหายาเสพติด ด้วยเหตุนี้กทม. จึงได้จัดเตรียมสถานบำบัดฟื้นฟูรักษาผู้ติดยาเสพติดทั้งระบบบังคับบำบัดและระบบสมัครใจในการรองรับการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งขอรับบริการได้ที่ศูนย์ซับน้ำตาของสำนักการแพทย์ คลินิกยาเสพติด 18 แห่ง ศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 68 แห่งของกรุงเทพมหานคร โดยให้การบำบัด รักษา ฟื้นฟูสภาพผู้ติดยาเสพติดแบบระบบผู้ป่วยนอก รวมทั้งการบำบัด รักษา ฟื้นฟูสภาพผู้ติดยาเสพติดระบบผู้ป่วยใน ณ สถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด (บ้านพิชิตใจ) ของสำนักอนามัยเป็นสถานที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ติดยาเสพติดได้รับการดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพแบบครบวงจร รวมทั้งฝึกทักษะอาชีพเบื้องต้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้สมาชิกสามารถกลับไปดำเนินชีวิตในสังคมตามปกติ สามารถรับคำปรึกษาและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 2329 1353, 0 2329 1566
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)