ค้นหาบล็อกนี้

วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2554

ระบบการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพย์/ผู้ติด

ปัญหายาเสพติดถือเป็นปัญหาระดับประเทศตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่หนึ่งที่ประสบปัญหา การแพร่ระบาดของยาเสพติด เนื่องจากเป็นเมืองหลวง มีความเจริญทางเศรษฐกิจสังคมอย่างรวดเร็ว และมีความหนาแน่นของประชากร จึงเป็นแหล่งจำหน่ายและแหล่งพักยาเพื่อส่งออกต่างประเทศและกระจายไปสู่ภาคต่างๆ ของประเทศ ส่งผลกระทบก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคม ทั้งอาชญากรรม ปัญหาการศึกษา ปัญหาสังคม ฯลฯ
ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือการมุ่งแก้ปัญหาที่ตัวคนเป็นหลัก ทั้งในด้านการปราบปราม และการลดโอกาสของการติด การเสพ การทดลองใช้ยาหรือสัมผัสกับยาเสพติดรวมทั้งลดความต้องการในการใช้ยาซึ่งวิธีที่จะช่วยในการเลิกใช้ยาได้นั้น คือ การบำบัด รักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด
ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 ได้กำหนดให้ผู้ติดยาเสพติดเป็นผู้ป่วย ซึ่งมีการบำบัด รักษาผู้ติดยาเสพติดในปัจจุบัน 3 ระบบดังนี้
ระบบต้องโทษ ผู้ติดยาเสพติดที่ได้กระทำความผิดเกี่ยวกับคดียาเสพติดและถูกคุมขัง ต้องได้รับการรักษาพยาบาลภายใต้ข้อบังคับของกฎหมาย โดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบได้แก่ ทัณฑสถานต่างๆ ของกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน แต่เนื่องจากสถานที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อแก้ไขปัญหานี้จึงได้มีการจัดตั้งระบบบังคับบำบัดขึ้น
ระบบบังคับบำบัด ในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพที่จัดตั้งขึ้น ผู้ติดยาเสพติดที่ถูกจับในฐานะผู้เสพจะถูกจับกุมและนำเข้าระบบบังคับบำบัดตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 หากผู้เข้ารับการบำบัดฟื้นฟูฯ มีผลการบำบัดรักษาเป็นที่น่าพอใจก็จะถูกปล่อยโดยไม่ดำเนินคดี
ระบบสมัครใจ เป็นระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้เสพหรือผู้ติดยาเสพติดที่ต้องการเลิกยาเสพติดโดยสมัครใจมีโอกาสเลือก ที่จะเข้ารับการบำบัดรักษา โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถูกดำเนินคดีมาก่อนและไม่มีกรอบของกฎหมายเป็นตัวบังคับ ขึ้นอยู่กับตัวผู้เสพเอง โดยมีสหวิชาชีพให้การดูแลและไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการบำบัดรักษา รวมทั้งครอบครัวและชุมชนก็สามารถมีส่วนร่วมชักชวนให้ผู้ติดยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษาและดูแลอย่างต่อเนื่องได้
อย่างไรก็ตามเพื่อให้การบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดประสบความสำเร็จมากที่สุด กรุงเทพมหานครจึงมุ่งเน้นการบำบัดรักษาระบบสมัครใจ เพราะหากผู้เข้ารับการบำบัดรักษามีความพร้อมทางด้านจิตใจแล้ว จะเป็นการง่ายต่อการรักษาให้หายขาดจากอาการติดยา เพื่อที่จะได้เป็นอีกทางในการลดปัญหายาเสพติด ด้วยเหตุนี้กทม. จึงได้จัดเตรียมสถานบำบัดฟื้นฟูรักษาผู้ติดยาเสพติดทั้งระบบบังคับบำบัดและระบบสมัครใจในการรองรับการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งขอรับบริการได้ที่ศูนย์ซับน้ำตาของสำนักการแพทย์ คลินิกยาเสพติด 18 แห่ง ศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 68 แห่งของกรุงเทพมหานคร โดยให้การบำบัด รักษา ฟื้นฟูสภาพผู้ติดยาเสพติดแบบระบบผู้ป่วยนอก รวมทั้งการบำบัด รักษา ฟื้นฟูสภาพผู้ติดยาเสพติดระบบผู้ป่วยใน ณ สถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด (บ้านพิชิตใจ) ของสำนักอนามัยเป็นสถานที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ติดยาเสพติดได้รับการดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพแบบครบวงจร รวมทั้งฝึกทักษะอาชีพเบื้องต้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้สมาชิกสามารถกลับไปดำเนินชีวิตในสังคมตามปกติ สามารถรับคำปรึกษาและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 2329 1353, 0 2329 1566

ตรวจเยี่ยมสำนักเทศกิจแนะยึดหลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติงาน

ตรวจเยี่ยมสำนักเทศกิจแนะยึดหลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติงาน
ประธานสภากทม. ตรวจเยี่ยมสำนักเทศกิจ แนะเจ้าหน้าที่ยึดหลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติงาน พร้อมตั้งข้อสังเกตเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่เทศกิจสามารถสอบสวนได้เองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น
(1 มี.ค. 54) นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมติดตามปัญหาและอุปสรรคการดำเนินงานของสำนักเทศกิจ โดยมีนายกระมล โอฬาระวัต ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุม ณ สำนักเทศกิจ
ประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สำนักเทศกิจถือเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญของกรุงเทพมหานคร ซึ่งรับผิดชอบในการปฏิบัติงานหลายภารกิจ เช่น การดูแลรักษาความปลอดภัยบุคคลและพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งด้านการจราจร การผจญเหตุ การกู้ภัย กู้ชีวิต ซึ่งถือเป็นหน้าที่ในการให้บริการประชาชนรวมถึงประสานการปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินมาตรการกวดขันและจัดระเบียบเมือง รวมทั้งหาบเร่แผงลอย การเดินเท้าลงตรวจพื้นที่ ตามตรอก ซอยต่างๆ ทุกวัน ตลอดจนรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนเพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขและดำเนินการ เป็นต้น ดังนั้นเจ้าหน้าที่เทศกิจถือเป็นผู้ปฏิบัติงาน ที่จำเป็นจะต้องมีความชัดเจนและยึดหลักธรรมาภิบาลควบคู่กันเพื่อให้เกิดความถูกต้องโปร่งใสในการปฏิบัติงาน
ประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวด้วยว่า จากการประชุมติดตามปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานพบว่า การจับปรับผู้ฝ่าฝืนกฎหมายยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร อาทิ ค้าขายบนริมทางเท้าสาธารณะ ซึ่งเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติรักษาความสะอาด พ.ศ. 2535 เนื่องจากเจ้าหน้าที่เทศกิจต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนและทำสำนวนก่อน จึงทำให้เกิดความล่าช้าในการปฏิบัติงาน ควรแก้ไขระเบียบเพื่อเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่เทศกิจสามารถสอบสวนได้เองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ อีกทั้งผู้บริหารควรพิจารณาจัดซื้ออุปกรณ์ป้องกันตัว อาทิ เสื้อเกราะอ่อน เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานในขณะเผชิญเหตุ ทั้งนี้สภากรุงเทพมหานครมีนโยบายในการตรวจเยี่ยมและพูดคุยแบบไม่เป็นทางการร่วมกับหน่วยงานกรุงเทพมหานครเพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในการดำเนินงาน ซึ่งจะนำไปประชุมร่วมกับผู้บริหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานต่อไป

กทม. เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ถูกเวนคืนที่ดินอย่างไม่เป็นธรรม

กทม. เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ถูกเวนคืนที่ดินอย่างไม่เป็นธรรม
ประธานสภากรุงเทพมหานครเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประเมินราคาที่ดินในการเวนคืนอย่างไม่เป็นธรรมของโครงการที่ของเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 สายปากเกร็ด–นครราชสีมา ที่จะต้องตัดผ่าน
(2 มี.ค. 54) นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภากรุงเทพมหานคร ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้น ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 เป็นประธานการประชุมติดตามปัญหาการร้องเรียนของประชาชนเรื่องค่าทดแทนที่ดินที่จะต้องเวนคืนที่ถูกเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 สายปากเกร็ด – นครราชสีมาที่จะต้องตัดผ่านอย่างไม่เป็นธรรม โดยมีนายประสงค์ ประเสริฐวสุ ผู้อำนวยการแขวงการทางกรุงเทพมหานคร ผู้แทนจากสำนักการโยธา และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุม ณ ห้องประชุมแขวงการทางกรุงเทพมหานคร ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดอนเมือง
ประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังจากการประชุมว่า ในการกำหนดค่าทดแทนที่ดินที่จะต้องเวนคืนให้แก่เจ้าของทรัพย์สิน หรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายที่ถูกโครงการของเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 สายปากเกร็ด – นครราชสีมา ที่จะต้องตัดผ่านในพื้นที่กรมการกงสุล และพื้นที่บางส่วนของเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยราคาเบื้องต้นที่จะจ่ายชดเชยให้กับประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเวนคืนที่ดินจะอยู่ที่ 140,000 บาทต่อตารางวานั้น ซึ่งขณะนี้มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบประมาณ 21 ครัวเรือน ได้ร้องเรียนมายังสภากทม.ว่าการดำเนินการดังกล่าวยังไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องของค่าชดเชย และอยากให้มีการพิจารณาเพิ่มค่าชดเชยใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในเรื่องนี้ด้วย
ประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาดังกล่าวทำให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบเกิดความเดือดร้อน และจะทำให้โครงการดังกล่าวเกิดความล่าช้า ดังนั้นจึงต้องมีการเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด ซึ่งคณะกรรมการฯได้มีมติให้กรมทางหลวงไปตรวจสอบการประเมินราคาอย่างรอบคอบอีกครั้ง พร้อมทั้งสำรวจราคาเพื่อเปรียบเทียบจากที่มีการซื้อขายกับหน่วยงานอื่น เพื่อทำให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมมากที่สุดต่อไป

9 มี.ค. นี้ กทม. ร่วมกับกระทรวงกลาโหมจัดพิธีทำบุญเมือง

9 มี.ค. นี้ กทม. ร่วมกับกระทรวงกลาโหมจัดพิธีทำบุญเมือง
(3 มี.ค. 54) นายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมเตรียมการจัดพิธีทำบุญเมือง ประจำปี 2554 โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้แทนกระทรวงกลาโหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องสุทัศน์ ศาลาว่าการกทม.
กรุงเทพมหานครร่วมกับกระทรวงกลาโหมกำหนดจัดพิธีทำบุญเมือง ประจำปี 2554 ในวันพุธที่ 9 มีนาคม 2554 เวลา 06.39–11.00 น. ณ ศาลหลักเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่กรุงเทพมหานครและประชาชน โดยในพิธีประกอบด้วย พิธีบวงสรวงพระหลักเมือง เทพารักษ์ประจำศาลหลักเมือง และพระบูรพมหากษัตริยาธิราช พิธีเจริญพระพุทธมนต์เทพยดานพเคราะห์ พิธีถวายพวงมาลัยและจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัยใส่บาตรพระประจำวันเกิด พิธีผูกผ้าสามสีองค์พระหลักเมืองจำลอง พิธีถวายพวงมาลัยและจุดธูปเทียนสักการะพระหลักเมืององค์จริง พิธีถวายพวงมาลัยและจุดธูปเทียนสักการะเทพารักษ์ทั้ง 5 และพิธีเติมน้ำมันพระประจำวันเกิด

สภากทม. ยุคใหม่ เข้าถึง พึ่งได้ เตรียมใช้ Facebook หวังเป็นช่องทางสื่อสารรับฟังปัญหาประชาชน

สภากทม. ยุคใหม่ เข้าถึง พึ่งได้ เตรียมใช้ Facebook หวังเป็นช่องทางสื่อสารรับฟังปัญหาประชาชน
สภากรุงเทพมหานครเล็งใช้ Facebook เชื่อมสังคมออนไลน์รับเรื่องร้องเรียนและข้อเสนอแนะจากประชาชน พร้อมชูสโลแกนสภากทม. ยุคใหม่ เข้าถึง พึ่งได้ บริการประทับใจ และช่วยประชาสัมพันธ์ภารกิจของสภากรุงเทพมหานคร ในอนาคตเตรียมเปิดสายด่วนสภากทม. รับฟังความคิดเห็นของประชาชน
(1 มี.ค. 54) นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สภากรุงเทพมหานครมีนโยบายในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยงานกรุงเทพมหานคร เพื่อรับทราบปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน รวมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้บริหารของหน่วยงาน เพื่อนำมาเป็นข้อสังเกตในการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงและพิจารณาปรับปรุงนโยบายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากขึ้น นอกจากนี้สภากรุงเทพมหานครมีโครงการที่จะเพิ่มช่องทางการสื่อสารกับพี่น้องประชาชน อาทิ เปิดเว็บไซต์ของสภากรุงเทพมหานครเพื่อประชาสัมพันธ์ และให้ความรู้เกี่ยวกับบทบาทและหน้าที่ตลอดจนภารกิจของสมาชิกและคณะกรรมการชุดต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักยิ่งขึ้น รวมทั้งยังมีโครงการเปิดหมายเลขโทรศัพท์สายด่วนเพื่อรับเรื่องร้องเรียนและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อนำมาพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาดำเนินการ รวมทั้งจะเพิ่มช่องทาง Facebook ซึ่งเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่เป็นที่นิยม อีกทั้งมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก นำมาใช้ในการติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆ ระหว่างสมาชิกสภากรุงเทพมหานครกับพี่น้องประชาชนให้สามารถใกล้ชิดและรู้จักกันมากยิ่งขึ้น ทั้งจะเป็นการประชาสัมพันธ์ภารกิจของสมาชิกสภากรุงเทพมหานครยุคใหม่และประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายได้อีกทางหนึ่งด้วย

วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2554

กทม. จับมือเครื่องดื่มโค้ก จัดมหกรรมหน้าร้อนระดับชาติ

กทม. จับมือเครื่องดื่มโค้ก จัดมหกรรมหน้าร้อนระดับชาติ
กทม. จับมือเครื่องดื่มโค้ก จัดมหกรรมหน้าร้อนระดับชาติ เนรมิตทะเลโฟมขนาดยักษ์ พร้อมระดมศิลปินชื่อดังชั้นแนวหน้าทั้งไทยและต่างประเทศร่วมแสดงพลังดนตรีในคอนเสิร์ต Bangkok Summer Festival by Coca – Cola ระหว่างวันที่ 7-8 พ.ค. นี้ ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน เพื่อสร้างความสุขผ่านเสียงดนตรีให้คนกรุงเทพฯ
(2 มี.ค. 54) ณ ลานเอเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เขตปทุมวัน : นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมกับนายพรวุฒิ สารสิน รองประธานกรรมการบริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด แถลงข่าวมหกรรมหน้าร้อนระดับชาติ (Bangkok Summer Festival by Coca - Cola) ซึ่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับเครื่องดื่มโค้ก จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของกรุงเทพฯ เพื่อประกาศศักยภาพเมืองน่าท่องเที่ยว อันดับหนึ่งของโลก โดยมอบความสุขผ่านเสียงเพลงและทะเลโฟมขนาดมหึมา พร้อมกิจกรรมบันเทิงหลากหลายในบรรยากาศฤดูร้อนที่สนุกสนาน
สำหรับมหกรรมคอนเสิร์ต Bangkok Summer Festival by Coca – Cola จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–8 พ.ค. 54 ตั้งแต่เวลา 14.00–23.00 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน เขตบางกะปิ โดยเป็นมหกรรมคอนเสิร์ตแบบ East Meet West ที่รวมศิลปินชื่อดังทั้งไทยและต่างประเทศร่วมหมุนเวียนมอบความสุขผ่านเสียงเพลงให้แฟนเพลงแบบไม่แบ่งค่าย ไม่จำกัดแนวดนตรี อาทิ โปเตโต้ เดอะ ริชแมน ทอย แทททู คัลเลอร์ 25 Hours Hoobastank Seven ผู้สนใจซื้อบัตรเข้าชมราคา 400 บาท ได้ที่ไทย ทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา พร้อมรับส่วนลด 50% เมื่อนำฝาโค้กที่มีสัญลักษณ์ Coca-Cola Music 10 ฝา มาแสดงที่เคาน์เตอร์ไทย ทิคเก็ต เมเจอร์ ทั้งนี้ รายได้จากการจำหน่ายบัตรหลังหักค่าใช้จ่าย จะนำเข้ากองทุน Together We Can ของกรุงเทพมหานคร เพื่อนำมาพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครที่น่าอยู่ต่อไป
นางทยา กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเชื่อว่าดนตรีมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ให้มีความพร้อมในทุกๆ ด้าน รวมถึงช่วยให้มีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ จึงสนับสนุนกิจกรรมด้านดนตรีอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมดนตรีในสวนอย่างต่อเนื่อง การเปิดโรงเรียนดนตรีของกรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนความเป็นเลิศทางด้านดนตรีให้แก่เด็กและเยาวชน พร้อมทั้งส่งเสริมให้แต่ละครอบครัวได้ทำกิจกรรมร่วมกันด้วย โดยมหกรรมหน้าร้อนระดับชาติในครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่สร้างสีสันให้กับเมืองหลวงเป็นอย่างมาก และในโอกาสนี้ กทม. ขอขอบคุณเครื่องดื่มโค้กที่จะนำรายได้ส่วนหนึ่งมามอบให้กองทุน Together We Can เพื่อฟื้นฟูกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองน่าอยู่ด้วย

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2554

ปธ.สภากทม.ตรวจเยี่ยมสำนักเทศกิจ




ปธ.สภากทม.ตรวจเยี่ยมสำนักเทศกิจ
(1 มี.ค.54 ) นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานประชุมติดตามปัญหาและอุปสรรคการดำเนินงานของสำนักเทศกิจ โดยมีนายกระมล โอฬาระวัต ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุม ณ สำนักเทศกิจ พร้อมกันนี้ประธานสภากรุงเทพมหานครได้รับทราบอุปสรรคและปัญหาในการปฏิบัติงาน รวมทั้งข้อเสนอแนะจากผู้บริหารสำนักเทศกิจ โดยจะนำไปพิจารณาร่วมกับผู้บริหารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานอีกด้วย โดยถือเป็นนโยบายที่ประธานสภากรุงเทพมหานครจะทำการตรวจเยี่ยมหน่วยงานของกรุงเทพมหานครอีกด้วย