(9 ต.ค.53) แพทย์หญิงมาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์เปิดงานแสดงพระธรรมเทศนามหาชาติเวสสันดรชาดก 4 ภาค เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 5 ธันวาคม 2553 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-10 ต.ค.53 ตั้งแต่เวลา 09.00–16.00 น. ณ อาคารมหาเจษฎาบดินทร์ ชั้น 3 วัดยานนาวา เขตสาทร
โดยในช่วงเช้ามีพิธีแห่รูปพระเวสสันดร กัณหาและชาลีจากที่ทำการไปรษณีย์กลาง เขตบางรัก มาประดิษฐาน ณ ท้ายเรือสำเภา วัดยานนาวา ซึ่งถือเป็นประเพณีประวัติศาสตร์ของวัดยานนาวาที่ได้ถือปฏิบัติสืบเนื่องมา ตั้งแต่รัชกาลที่ 3 สำหรับการแสดงพระธรรมเทศนามหาชาติเวสสันดรชาดก มีทั้งหมด 13 กัณฑ์ ประกอบด้วย กัณฑ์ ทศพร กัณฑ์หิมพานต์ กัณฑ์ทานกัณฑ์ กัณฑ์วนประเวศน์ กัณฑ์ชูชก กัณฑ์จุลพน กัณฑ์มหาพน กัณฑ์กุมาร กัณฑ์มัทรี กัณฑ์สักกบรรพ กัณฑ์มหาราช กัณฑ์ฉกษัตริย์ กัณฑ์นครกัณฑ์ และยังมีกัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ คือ กัณฑ์อริยสัจจ์ ซึ่งถือเป็นกัณฑ์ที่ 14 เพื่อให้ที่เข้ากับสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้
ซึ่งคณะกรรมการจัดงานได้นิมนต์พระนักเทศน์จากทุกภาคมาแสดงธรรมแต่ละกัณฑ์ อาทิ กัณฑ์หิมพานต์ เป็นภาษาและท่วงทำนองแบบภาคกลาง แสดงธรรมโดย พระมหาสม สุทฺธิปภาโส วัดหลักสี่, กัณฑ์มัทรี ภาคอีสาน แสดงธรรมโดยพระครูสุตสารพิมล วัดโนนศิลา จ.ขอนแก่น, กัณฑ์สักกบรรพ ภาคเหนือ แสดงธรรมโดยพระครูประยุตศุภการ วัดร่องคือ จ.พะเยา และกัณฑ์จุลพน ภาคใต้ แสดงธรรมโดยพระสมจิตร ขนฺติธมฺโม วัดนาวง จ.นครศรีธรรมราช
Let's Bring Happiness Back to Bangkok :) "ข้อมูลข่าวจาก กองประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร":D
ค้นหาบล็อกนี้
วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553
สารทเดือนสิบ งานบุญประเพณีวิถีแดนใต้
(8 ต.ค. 53) นายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมงานประเพณีทำบุญสารทเดือนสิบ ประจำปี 2553 “ร้อยรักษ์ประเพณี ตามวิถีสารทแดนใต้” ณ วัดดุสิดารามวรวิหาร เขตบางกอกน้อย ซึ่งมูลนิธิสหภูมิภาคทักษิณ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร และชาวสหภูมิภาคทักษิณ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–9 ต.ค. 53 ณ วัดดุสิดารามวรวิหาร เพื่อให้พี่น้องชาวภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ไม่สามารถเดินทางกลับไปทำบุญวันสารทเดือนสิบที่ภูมิลำเนาได้มีโอกาสมา ร่วมทำบุญอุทิศแด่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ทั้งยังเป็นการร่วมอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามทางพระพุทธศาสนาของ ชาวภาคใต้ที่มีมาแต่โบราณให้คงอยู่สืบต่อไป
นอกจากนี้เป็นการเปิดโอกาสและส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวได้ สัมผัสวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นของชาวภาคใต้ด้วย โดยในงานจะมีการทอดผ้าป่าจัดหาทุนการศึกษาแด่พระภิกษุ–สามเณร เด็กนักเรียนชาวใต้ที่เรียนดี ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมทั้งจัดหาทุนสงเคราะห์พระภิกษุ–สามเณร ที่อาพาธ และสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัยต่างๆ อีกทั้งมีการแสดงศิลปะพื้นเมืองของภาคใต้ อาทิ การแสดงโฟล์คซองเยาวชน การแสดงวัฒนธรรมการละเล่นเพลงบอก สาธิตพิธีกรรมมโนราห์ โนราเหยียบมะนาว โนราแทงเข้ การแสดงระบำตาลีกีปัส ระบำร่อนแร่ ระบำพรานบุญจับนางมโนราห์ การแสดงหนังตะลุง ซึ่งการแสดงต่างๆ จะสิ้นสุดเวลา 24.00 น. ของแต่ละวัน นอกจากนี้มีการสาธิตและจำหน่ายสินค้าและขนมท้องถิ่นของพี่น้องภาคใต้ เช่น ขนมกง ขนมลา ขนมดีซำ ขนมพอง ขนมกง ขนมบ้า และอื่นๆ อีกมากมาย
นอกจากนี้เป็นการเปิดโอกาสและส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวได้ สัมผัสวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นของชาวภาคใต้ด้วย โดยในงานจะมีการทอดผ้าป่าจัดหาทุนการศึกษาแด่พระภิกษุ–สามเณร เด็กนักเรียนชาวใต้ที่เรียนดี ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมทั้งจัดหาทุนสงเคราะห์พระภิกษุ–สามเณร ที่อาพาธ และสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัยต่างๆ อีกทั้งมีการแสดงศิลปะพื้นเมืองของภาคใต้ อาทิ การแสดงโฟล์คซองเยาวชน การแสดงวัฒนธรรมการละเล่นเพลงบอก สาธิตพิธีกรรมมโนราห์ โนราเหยียบมะนาว โนราแทงเข้ การแสดงระบำตาลีกีปัส ระบำร่อนแร่ ระบำพรานบุญจับนางมโนราห์ การแสดงหนังตะลุง ซึ่งการแสดงต่างๆ จะสิ้นสุดเวลา 24.00 น. ของแต่ละวัน นอกจากนี้มีการสาธิตและจำหน่ายสินค้าและขนมท้องถิ่นของพี่น้องภาคใต้ เช่น ขนมกง ขนมลา ขนมดีซำ ขนมพอง ขนมกง ขนมบ้า และอื่นๆ อีกมากมาย
เริ่มแล้วเทศกาลเจเยาวราช ชวนคนไทยร่วมอิ่มบุญ 9 วัน 9คืน
เปิดเทศกาลเจเยาวราชอย่างยิ่งใหญ่ ผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ โชว์ฝีมือปรุงผัดหมี่ทองคำมงคล 8 พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมลงนามถวายพระพรและลงนามปฏิญาณตน ถือศีลกินเจตลอด 9 วัน 9 คืน ตั้งแต่ 8–16 ต.ค. นี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
(8 ต.ค. 53) ณ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ : ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานพิธีเปิดเทศกาลงานเจ เยาวราช ประจำปี 2553 ซึ่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ สภาวัฒนธรรมเขตสัมพันธวงศ์ ภาคเอกชน และประชาชน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-16 ต.ค. 53 ภายใต้แนวคิด “รวมพลังสร้างสามัคคี พระมหาบารมีล้นแผ่นดิน” ในโอกาสนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมปรุงเมนูมหามงคล “ผัดหมี่ทองคำมงคล 8” ด้วย
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า เทศกาลงานเจเยาวราชถือเป็นประเพณีประจำปีของชาวสัมพันธวงศ์ โดย มีคณะกรรมการจัดงาน ประกอบด้วย สภาวัฒนธรรมเขตสัมพันธวงศ์ พ่อค้าประชาชน ชุมชนต่างๆ รวมถึงผู้ประกอบการภัตตาคาร ร้านอาหารบนถนนเยาวราช โดยปีนี้มีการจัดงานรวม 9 วัน 9 คืน ที่บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนเยาวราช พร้อมกันนี้ ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมลงนามถวายพระพรและลงนามปฏิญาณตน ถือศีลกินเจตลอด 9 วัน 9 คืน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การสวดมนต์ถวายกิวอ๋องอุกโจ้ว และขอพรจากพระเจ้าทั้ง 9 องค์, พิธีรัวกลองเพื่อปลุกฟื้นมังกรให้ปกปักรักษาองค์เจ้าแม่กวนอิม และประชาชนที่มาร่วมงาน ขบวน แห่รถบุปผาชาติเจ้าแม่กวนอิมจากศาลเจ้าเล่าปุนเถ้ากง และเป็นครั้งแรก ที่อัญเชิญเจ้าแม่กวนอิมในเขตเยาวราชมาร่วมขบวนแห่ การประกวดสุดยอดอาหารเจเพื่อสุขภาพ การประกวดอาหารเจเพื่อสุขภาพและออกแบบโต๊ะอาหารจากนักศึกษาชิงถ้วยรางวัลผู้ ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ศึกยุทธการกระทะเหล็ก เจ จาก 8 ภัตตาคาร ชื่อดังในเยาวราช และการจำหน่ายอาหารเจเลิศรสจากผู้ประกอบการ การจำหน่ายอาหารเจเลิศรสตลอดแนวถนนเยาวราช พร้อมกับร่วมลุ้นโชคเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า 2 คัน และตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ – ภูเก็ต 2 ที่นั่ง และรับของรางวัลเป็นผลิตภัณฑ์จากบริษัทผู้สนับสนุนการจัดงาน ซึ่งผู้ร่วมงานที่ซื้อสินค้าภายในงานจะได้รับคูปองลุ้นโชค 1 ใบ ต่อการจับจ่ายสินค้าครบ 100 บาท โดยให้นำคูปองดังกล่าวหย่อนลงในกล่องที่ตั้งไว้บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อร่วมลุ้นรางวัล
ทั้งนี้กรุงเทพมหานครได้ให้ความสำคัญด้านการดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด โดยติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวนมาก รวม ถึงจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจทั้งจากส่วนกลางและจากเขตออกลาดตระเวนอย่างใกล้ชิด ซึ่งคาดว่างานเทศกาลกินเจเยาวราชในปีนี้จะมีเม็ดเงินสะพัดวันละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
(8 ต.ค. 53) ณ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ : ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานพิธีเปิดเทศกาลงานเจ เยาวราช ประจำปี 2553 ซึ่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ สภาวัฒนธรรมเขตสัมพันธวงศ์ ภาคเอกชน และประชาชน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-16 ต.ค. 53 ภายใต้แนวคิด “รวมพลังสร้างสามัคคี พระมหาบารมีล้นแผ่นดิน” ในโอกาสนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมปรุงเมนูมหามงคล “ผัดหมี่ทองคำมงคล 8” ด้วย
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า เทศกาลงานเจเยาวราชถือเป็นประเพณีประจำปีของชาวสัมพันธวงศ์ โดย มีคณะกรรมการจัดงาน ประกอบด้วย สภาวัฒนธรรมเขตสัมพันธวงศ์ พ่อค้าประชาชน ชุมชนต่างๆ รวมถึงผู้ประกอบการภัตตาคาร ร้านอาหารบนถนนเยาวราช โดยปีนี้มีการจัดงานรวม 9 วัน 9 คืน ที่บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนเยาวราช พร้อมกันนี้ ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมลงนามถวายพระพรและลงนามปฏิญาณตน ถือศีลกินเจตลอด 9 วัน 9 คืน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การสวดมนต์ถวายกิวอ๋องอุกโจ้ว และขอพรจากพระเจ้าทั้ง 9 องค์, พิธีรัวกลองเพื่อปลุกฟื้นมังกรให้ปกปักรักษาองค์เจ้าแม่กวนอิม และประชาชนที่มาร่วมงาน ขบวน แห่รถบุปผาชาติเจ้าแม่กวนอิมจากศาลเจ้าเล่าปุนเถ้ากง และเป็นครั้งแรก ที่อัญเชิญเจ้าแม่กวนอิมในเขตเยาวราชมาร่วมขบวนแห่ การประกวดสุดยอดอาหารเจเพื่อสุขภาพ การประกวดอาหารเจเพื่อสุขภาพและออกแบบโต๊ะอาหารจากนักศึกษาชิงถ้วยรางวัลผู้ ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ศึกยุทธการกระทะเหล็ก เจ จาก 8 ภัตตาคาร ชื่อดังในเยาวราช และการจำหน่ายอาหารเจเลิศรสจากผู้ประกอบการ การจำหน่ายอาหารเจเลิศรสตลอดแนวถนนเยาวราช พร้อมกับร่วมลุ้นโชคเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า 2 คัน และตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพฯ – ภูเก็ต 2 ที่นั่ง และรับของรางวัลเป็นผลิตภัณฑ์จากบริษัทผู้สนับสนุนการจัดงาน ซึ่งผู้ร่วมงานที่ซื้อสินค้าภายในงานจะได้รับคูปองลุ้นโชค 1 ใบ ต่อการจับจ่ายสินค้าครบ 100 บาท โดยให้นำคูปองดังกล่าวหย่อนลงในกล่องที่ตั้งไว้บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อร่วมลุ้นรางวัล
ทั้งนี้กรุงเทพมหานครได้ให้ความสำคัญด้านการดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด โดยติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวนมาก รวม ถึงจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจทั้งจากส่วนกลางและจากเขตออกลาดตระเวนอย่างใกล้ชิด ซึ่งคาดว่างานเทศกาลกินเจเยาวราชในปีนี้จะมีเม็ดเงินสะพัดวันละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
ตลาดสวนหลวงชวนกินเจ 8–16 ต.ค. นี้
ผู้ว่าฯกทม.โชว์ฝีมือปรุงอาหารเจเมนูพิเศษ ผัดหมี่มงคล เปิดเทศกาลกินเจตลาดสวนหลวง ชวนประชาชนบริโภคอาหารเจเพื่อสุขภาพ
(7 ต.ค. 53) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงานเทศกาลอาหารเจตลาดสวนหลวง “อิ่มบุญ อิ่มใจ ได้สุขภาพ ครั้งที่ 9” ซึ่งสำนักงานเขตปทุมวัน ร่วมกับบริษัทหยั่น หว่อ หยุ่น จำกัด สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์ ผู้ค้า มูลนิธิ หัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารตลาดสวนหลวง สมาคมผู้ค้าอะไหล่เก่าเชียงกง และประชาชนย่านตลาดสวนหลวง จัด ขึ้นเพื่อร่วมสืบสานประเพณีกินเจของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนหันมาบริโภคอาหารเจ งดบริโภคเนื้อสัตว์ในช่วงเทศกาลกินเจในช่วงวันที่ 8–17 ต.ค. 53 อีกทั้งบริโภคเนื้อสัตว์แต่ละวันให้น้อยลงเพื่อสร้างสุขภาพที่ดี นอกจากนี้ยังเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจ และประชาสัมพันธ์แหล่งอาหารอร่อย สะอาดถูกหลักอนามัยในย่านตลาดสวนหลวง เขตปทุมวัน ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปอีกด้วย
ภายในงานมีการจัดจำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์เจราคาถูกแก่ประชาชน นอกจากนี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ปรุงอาหารจานพิเศษ “ผัดหมี่มงคล” ร่วมกับอาจารย์ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ ซึ่งรับการประมูลไปในราคา 29,000 บาท โดยรายได้จากการจัดงานทั้งหมดมอบให้ศาลเจ้าปึ่งเถ่ากง
(7 ต.ค. 53) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงานเทศกาลอาหารเจตลาดสวนหลวง “อิ่มบุญ อิ่มใจ ได้สุขภาพ ครั้งที่ 9” ซึ่งสำนักงานเขตปทุมวัน ร่วมกับบริษัทหยั่น หว่อ หยุ่น จำกัด สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์ ผู้ค้า มูลนิธิ หัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารตลาดสวนหลวง สมาคมผู้ค้าอะไหล่เก่าเชียงกง และประชาชนย่านตลาดสวนหลวง จัด ขึ้นเพื่อร่วมสืบสานประเพณีกินเจของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนหันมาบริโภคอาหารเจ งดบริโภคเนื้อสัตว์ในช่วงเทศกาลกินเจในช่วงวันที่ 8–17 ต.ค. 53 อีกทั้งบริโภคเนื้อสัตว์แต่ละวันให้น้อยลงเพื่อสร้างสุขภาพที่ดี นอกจากนี้ยังเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจ และประชาสัมพันธ์แหล่งอาหารอร่อย สะอาดถูกหลักอนามัยในย่านตลาดสวนหลวง เขตปทุมวัน ให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปอีกด้วย
ภายในงานมีการจัดจำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์เจราคาถูกแก่ประชาชน นอกจากนี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ปรุงอาหารจานพิเศษ “ผัดหมี่มงคล” ร่วมกับอาจารย์ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ ซึ่งรับการประมูลไปในราคา 29,000 บาท โดยรายได้จากการจัดงานทั้งหมดมอบให้ศาลเจ้าปึ่งเถ่ากง
ผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ลงพื้นที่ตรวจแนวป้องกันน้ำท่วมย่านฝั่งธนฯ พร้อมรับมือน้ำหนุนช่วง ต.ค. นี้
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัดกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาและ คลองมหาสวัสดิ์ บริเวณใต้สะพาน
กรุงธน (ฝั่งธนบุรี) ชุมชนวัดภคินีนาถ เขตบางพลัด ชุมชนหลังสถานีรถไฟศาลาธรรมสพน์ ชุมชนวัดปุรณาวาส และประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา โดยมีนายสัญญา ชีนิมิต ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ คณะผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ ผู้อำนวยการเขตในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปโครงการฯ
แนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์ ในอดีตใช้ถนนเป็นแนวคันกั้นน้ำ พื้นที่ฝั่งกรุงเทพมหานครใช้ถนนประชาราษฎร์ สาย 2, ถนนสามเสน, ถนนพระอาทิตย์, ถนนมหาราช, ถนนทรงวาด, ถนนเจริญกรุง, ถนนพระรามที่ 3 และถนนทางรถไฟสายเก่า ส่วนพื้นที่ฝั่งธนบุรี ใช้ถนนจรัญสนิทวงศ์, ถนนบรมราชชนนี, ถนนศาลาธรรมสพน์, ถนนสวนผัก, ถนนชัยพฤกษ์, ถนนบางกอกน้อย - ตลิ่งชัน, ถนนวัดสุทธาวาส, ถนนอรุณอัมรินทร์, ถนนวังเดิม, ถนนสมเด็จเจ้าพระยา, ถนนเจริญนคร, และถนนราษฎร์บูรณะ จากเหตุการณ์น้ำท่วมในปี พ.ศ. 2538 และ พ.ศ. 2539 เนื่องจากน้ำเหนือไหลบ่าและน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 80,000 หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก กรุงเทพมหานครจึงดำเนินการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมความยาวประมาณ 77.00 กิโลเมตร การก่อสร้างได้คำนึงถึงพื้นที่ที่มีระดับน้ำท่วมสูง และระยะเวลาน้ำท่วมนานเป็นลำดับแรกก่อน โดยดำเนินการในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด เช่น บริเวณถนนเจริญนคร เขตคลองสาน และบริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางพลัด ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว
โครงการ ก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ในเขตพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ทั้งสองฝั่งยาวประมาณ 86.00 กิโลเมตร ซึ่งก่อสร้างจริงความยาว 77.00 กิโลเมตร มี แนวป้องกันน้ำท่วมถาวรที่สามารถป้องกันน้ำได้ที่ระดับ + 2.40 เมตร (รทก.) เป็นความยาวประมาณ 75.774 กิโลเมตร ส่วนที่เหลืออีก 1.226 กิโลเมตร คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2554 สำหรับแนวป้องกันน้ำท่วมที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ กรุงเทพมหานครได้เตรียมพร้อมโดยการนำกระสอบทรายมาวางเป็นแนวป้องกันน้ำท่วม ชั่วคราว โดยสามารถป้องกันน้ำได้ที่ระดับ + 2.40 เมตร (รทก.)
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ เพื่อตรวจแนวป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ฝั่งธนบุรี และเตรียมความพร้อมในการป้องกันน้ำท่วม จากการคาดการณ์ระดับน้ำจะมากในช่วงเดือน ต.ค. แต่ระดับน้ำจะไม่ถึงขั้นวิกฤติและไม่มีผลกระทบต่อกรุงเทพมหานคร เพราะได้รับการป้องกันจากแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ก่อสร้าง เสร็จแล้ว สำหรับพื้นที่นอกแนวป้องกันน้ำท่วมได้วางกระสอบทรายเป็นแนวป้องกันชั่วคราว นอกจากนี้ยังได้เตรียมกระสอบทรายไว้จำนวน 4 ล้านใบ ไว้ป้องกันบริเวณที่ยังก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมไม่เสร็จรวมถึงพื้นที่ เสี่ยง ตลอดจนเตรียมเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องสูบน้ำประจำพื้นที่จุดอ่อนเสี่ยงต่อการ ถูกน้ำท่วมอีกด้วย ส่วนบริเวณที่มีบ้านเรือนปลูกสร้างบริเวณแนวก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานครได้เจรจากับประชาชนในพื้นที่แล้ว โดยจะเร่งก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมที่เหลือให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
กรุงธน (ฝั่งธนบุรี) ชุมชนวัดภคินีนาถ เขตบางพลัด ชุมชนหลังสถานีรถไฟศาลาธรรมสพน์ ชุมชนวัดปุรณาวาส และประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา โดยมีนายสัญญา ชีนิมิต ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ คณะผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ ผู้อำนวยการเขตในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปโครงการฯ
แนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์ ในอดีตใช้ถนนเป็นแนวคันกั้นน้ำ พื้นที่ฝั่งกรุงเทพมหานครใช้ถนนประชาราษฎร์ สาย 2, ถนนสามเสน, ถนนพระอาทิตย์, ถนนมหาราช, ถนนทรงวาด, ถนนเจริญกรุง, ถนนพระรามที่ 3 และถนนทางรถไฟสายเก่า ส่วนพื้นที่ฝั่งธนบุรี ใช้ถนนจรัญสนิทวงศ์, ถนนบรมราชชนนี, ถนนศาลาธรรมสพน์, ถนนสวนผัก, ถนนชัยพฤกษ์, ถนนบางกอกน้อย - ตลิ่งชัน, ถนนวัดสุทธาวาส, ถนนอรุณอัมรินทร์, ถนนวังเดิม, ถนนสมเด็จเจ้าพระยา, ถนนเจริญนคร, และถนนราษฎร์บูรณะ จากเหตุการณ์น้ำท่วมในปี พ.ศ. 2538 และ พ.ศ. 2539 เนื่องจากน้ำเหนือไหลบ่าและน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 80,000 หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก กรุงเทพมหานครจึงดำเนินการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมความยาวประมาณ 77.00 กิโลเมตร การก่อสร้างได้คำนึงถึงพื้นที่ที่มีระดับน้ำท่วมสูง และระยะเวลาน้ำท่วมนานเป็นลำดับแรกก่อน โดยดำเนินการในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด เช่น บริเวณถนนเจริญนคร เขตคลองสาน และบริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางพลัด ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว
โครงการ ก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ในเขตพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ทั้งสองฝั่งยาวประมาณ 86.00 กิโลเมตร ซึ่งก่อสร้างจริงความยาว 77.00 กิโลเมตร มี แนวป้องกันน้ำท่วมถาวรที่สามารถป้องกันน้ำได้ที่ระดับ + 2.40 เมตร (รทก.) เป็นความยาวประมาณ 75.774 กิโลเมตร ส่วนที่เหลืออีก 1.226 กิโลเมตร คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2554 สำหรับแนวป้องกันน้ำท่วมที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ กรุงเทพมหานครได้เตรียมพร้อมโดยการนำกระสอบทรายมาวางเป็นแนวป้องกันน้ำท่วม ชั่วคราว โดยสามารถป้องกันน้ำได้ที่ระดับ + 2.40 เมตร (รทก.)
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ เพื่อตรวจแนวป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ฝั่งธนบุรี และเตรียมความพร้อมในการป้องกันน้ำท่วม จากการคาดการณ์ระดับน้ำจะมากในช่วงเดือน ต.ค. แต่ระดับน้ำจะไม่ถึงขั้นวิกฤติและไม่มีผลกระทบต่อกรุงเทพมหานคร เพราะได้รับการป้องกันจากแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ก่อสร้าง เสร็จแล้ว สำหรับพื้นที่นอกแนวป้องกันน้ำท่วมได้วางกระสอบทรายเป็นแนวป้องกันชั่วคราว นอกจากนี้ยังได้เตรียมกระสอบทรายไว้จำนวน 4 ล้านใบ ไว้ป้องกันบริเวณที่ยังก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมไม่เสร็จรวมถึงพื้นที่ เสี่ยง ตลอดจนเตรียมเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องสูบน้ำประจำพื้นที่จุดอ่อนเสี่ยงต่อการ ถูกน้ำท่วมอีกด้วย ส่วนบริเวณที่มีบ้านเรือนปลูกสร้างบริเวณแนวก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานครได้เจรจากับประชาชนในพื้นที่แล้ว โดยจะเร่งก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมที่เหลือให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
กทม.แถลงความคืบหน้าก่อสร้างสนามแข่งฟุตซอลชิงแชมป์โลก
กทม.เผยความคืบหน้าจัดหาสถานที่ก่อสร้างสนามฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012 เตรียมเสนอ ครม.พิจารณาเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมในสัปดาห์หน้า คาดใช้งบประมาณ 1.5 – 2 พันล้านบาท หวังผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางฟุตซอลในภาคพื้นเอเชีย
(23 ก.ย.53) ณ ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการ กทม. : ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าวการก่อสร้างสนามฟุตซอลเพื่อจัดการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก ในปี 2555 (Worldcup Futsal 2012) ซึ่งกรุงเทพมหานครได้รับเกียรติจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันฯ และเมื่อวันที่ 30 ก.ค.53 กรุงเทพมหานครได้รับหนังสือจาก FIFA แจ้งให้ดำเนินการก่อสร้างสนามฟุตซอลสำหรับการแข่งขันในพิธีเปิดและพิธีปิดที่มีความจุคนดูได้อย่างน้อย 12,000 ที่นั่ง โดยเป็นสนามกีฬาในร่มที่ใช้แข่งในระดับสากล สามารถเดินทางได้สะดวกสบาย
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในเวลาประมาณ 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครและสมาคมฟุตซอลได้ร่วมกันศึกษารายละเอียดเพื่อหาสถานที่ที่ เหมาะสมในการก่อสร้าง รวมถึงกำหนดรูปแบบการก่อสร้างที่เหมาะสมกับพื้นที่ โดยมีที่ดิน 2 แห่งที่มีศักยภาพจะนำมาพัฒนาการก่อสร้างอาคารสนามกีฬาในร่มขนาดใหญ่ คือ พื้นที่บริเวณมักกะสัน ติดกับสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมมากที่สุด ทั้งขนาดพื้นที่ 180 ไร่ ลักษณะเด่นของพื้นที่ และการเดินทาง แต่มีอุปสรรคในด้านการขอใช้พื้นที่จากการรถไฟแห่งประเทศไทย อาจทำให้การก่อสร้างเสร็จไม่ทันเวลา ส่วนพื้นที่อีกแห่งหนึ่ง คือ ภายในสถาบันพัฒนาข้าราชการ เขตหนองจอก ขนาด 139 ไร่ซึ่งเป็นพื้นที่ของกรุงเทพมหานครเอง สามารถดำเนินการได้ทันที แต่อยู่บริเวณชานเมือง ทำให้การเดินทางของนักกีฬาและผู้ชมต้องใช้เวลาพอสมควร และการบริหารงานหลังจบการแข่งขันจำเป็นต้องมีแผนการรองรับขนาดใหญ่ เพื่อให้พื้นที่ดังกล่าวสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ด้านงบประมาณในการก่อสร้าง กรุงเทพมหานครจะเสนอรายละเอียดของพื้นที่ทั้ง 2 แห่ง ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีถือเป็นที่สุด โดยกรุงเทพมหานครพร้อมที่จะดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่ที่คณะรัฐมนตรีคัดเลือก คาดว่าจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 1,500 – 2,000 ล้านบาท และต้องทำการวางศิลาฤกษ์ให้ทันภายในสิ้นปี 2553 นี้ เพื่อให้การก่อสร้างแล้วเสร็จทันการแข่งขันฯ ในปี 2555 โดยหวังผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางฟุตซอลของภาคพื้นเอเชียด้วย
(23 ก.ย.53) ณ ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการ กทม. : ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าวการก่อสร้างสนามฟุตซอลเพื่อจัดการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก ในปี 2555 (Worldcup Futsal 2012) ซึ่งกรุงเทพมหานครได้รับเกียรติจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันฯ และเมื่อวันที่ 30 ก.ค.53 กรุงเทพมหานครได้รับหนังสือจาก FIFA แจ้งให้ดำเนินการก่อสร้างสนามฟุตซอลสำหรับการแข่งขันในพิธีเปิดและพิธีปิดที่มีความจุคนดูได้อย่างน้อย 12,000 ที่นั่ง โดยเป็นสนามกีฬาในร่มที่ใช้แข่งในระดับสากล สามารถเดินทางได้สะดวกสบาย
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในเวลาประมาณ 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครและสมาคมฟุตซอลได้ร่วมกันศึกษารายละเอียดเพื่อหาสถานที่ที่ เหมาะสมในการก่อสร้าง รวมถึงกำหนดรูปแบบการก่อสร้างที่เหมาะสมกับพื้นที่ โดยมีที่ดิน 2 แห่งที่มีศักยภาพจะนำมาพัฒนาการก่อสร้างอาคารสนามกีฬาในร่มขนาดใหญ่ คือ พื้นที่บริเวณมักกะสัน ติดกับสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมมากที่สุด ทั้งขนาดพื้นที่ 180 ไร่ ลักษณะเด่นของพื้นที่ และการเดินทาง แต่มีอุปสรรคในด้านการขอใช้พื้นที่จากการรถไฟแห่งประเทศไทย อาจทำให้การก่อสร้างเสร็จไม่ทันเวลา ส่วนพื้นที่อีกแห่งหนึ่ง คือ ภายในสถาบันพัฒนาข้าราชการ เขตหนองจอก ขนาด 139 ไร่ซึ่งเป็นพื้นที่ของกรุงเทพมหานครเอง สามารถดำเนินการได้ทันที แต่อยู่บริเวณชานเมือง ทำให้การเดินทางของนักกีฬาและผู้ชมต้องใช้เวลาพอสมควร และการบริหารงานหลังจบการแข่งขันจำเป็นต้องมีแผนการรองรับขนาดใหญ่ เพื่อให้พื้นที่ดังกล่าวสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ด้านงบประมาณในการก่อสร้าง กรุงเทพมหานครจะเสนอรายละเอียดของพื้นที่ทั้ง 2 แห่ง ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีถือเป็นที่สุด โดยกรุงเทพมหานครพร้อมที่จะดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่ที่คณะรัฐมนตรีคัดเลือก คาดว่าจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 1,500 – 2,000 ล้านบาท และต้องทำการวางศิลาฤกษ์ให้ทันภายในสิ้นปี 2553 นี้ เพื่อให้การก่อสร้างแล้วเสร็จทันการแข่งขันฯ ในปี 2555 โดยหวังผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางฟุตซอลของภาคพื้นเอเชียด้วย
วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553
กทม. มอบรางวัลสุดยอดส้วมแห่งปี 52
กทม.มอบโล่ 12 หน่วยงานพัฒนาส้วมสาธารณะให้ได้เกณฑ์มาตรฐาน สะอาด เพียงพอและปลอดภัย เพื่อร่วมส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยว
(5 ต.ค.53)เวลา 10.00 น.พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าว “สุดยอดส้วมแห่งปีของกรุงเทพมหานคร” พร้อมมอบโล่รางวัลสุดยอดส้วมแห่งปีของกรุงเทพมหานครประจำปี 2552 โดยมีหน่วยงานและองค์กรต่างๆ เข้ารับรางวัล จำนวน 12 แห่ง ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
กรุงเทพมหานครได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาส้วมสาธารณะในที่สาธารณะต่างๆ โดยได้จัดทำ “โครงการพัฒนาสุขลักษณะส้วมสาธารณะ” ขึ้น เพื่อเป็นโครงการนำร่องในการพัฒนาส้วมสาธารณะในสถานที่สาธารณะที่มีผู้เข้าไปใช้บริการเป็นจำนวนมาก เป็นการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยว โดยให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะ 3 ด้าน คือ ด้านความความสะอาดของอาคารสถานที่และอุปกรณ์ต่างๆ (Healthy) ด้านความเพียงพอ (Accessibility) มีส้วมสำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ และสตรีมีครรภ์ ด้านความปลอดภัย(Safety) และรณรงค์ส่งเสริมให้มีการพัฒนาส้วมสาธารณะในสถานที่สาธารณะ จำนวน 12 กลุ่มเป้าหมาย โดยจัดอบรมกลุ่มเป้าหมายเพื่อชี้แจงแนวทางการพัฒนาส้วมสาธารณะให้ได้มาตรฐาน จัดให้มีสื่อประชาสัมพันธ์ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทุกแห่ง จากนั้นอาสาสมัครสาธารณสุขของกรุงเทพมหานครเข้าดำเนินการสำรวจส้วมสาธารณะให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ หากพบสถานที่ใดไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานจะแจ้งให้แก้ไขและปรับปรุงต่อไป
สำหรับรางวัลชนะเลิศแต่ละประเภทมีดังนี้ ประเภทศาสนสถาน ได้แก่ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ประเภทโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ได้แก่ โรงเรียนวัดปทุมวนาราม ประเภทอาชีวศึกษา ได้แก่ โรงเรียนดุสิตพณิชยการ ประเภทมหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ประเภทสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ได้แก่ สน.ปตท.ทางด่วน บางนาขาเข้า ประเภทตลาดสด ได้แก่ ตลาดสามย่าน ประเภทสถานีขนส่ง ได้แก่ สถานีรถไฟหลักสี่ ประเภทร้านอาหาร ได้แก่ ร้านอาหารอาจารย์มัลลิการ์ ประเภทโรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลพญาไท 1 ประเภทศูนย์การค้า ได้แก่ บ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด สาขารามคำแหง ประเภทแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ บ.สยามพาร์คซิตี้ จำกัด (สวนสยาม) และประเภทสถานที่ราชการ ได้แก่ สำนักงานเขตคลองสามวา
(5 ต.ค.53)เวลา 10.00 น.พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าว “สุดยอดส้วมแห่งปีของกรุงเทพมหานคร” พร้อมมอบโล่รางวัลสุดยอดส้วมแห่งปีของกรุงเทพมหานครประจำปี 2552 โดยมีหน่วยงานและองค์กรต่างๆ เข้ารับรางวัล จำนวน 12 แห่ง ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
กรุงเทพมหานครได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาส้วมสาธารณะในที่สาธารณะต่างๆ โดยได้จัดทำ “โครงการพัฒนาสุขลักษณะส้วมสาธารณะ” ขึ้น เพื่อเป็นโครงการนำร่องในการพัฒนาส้วมสาธารณะในสถานที่สาธารณะที่มีผู้เข้าไปใช้บริการเป็นจำนวนมาก เป็นการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยว โดยให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะ 3 ด้าน คือ ด้านความความสะอาดของอาคารสถานที่และอุปกรณ์ต่างๆ (Healthy) ด้านความเพียงพอ (Accessibility) มีส้วมสำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ และสตรีมีครรภ์ ด้านความปลอดภัย(Safety) และรณรงค์ส่งเสริมให้มีการพัฒนาส้วมสาธารณะในสถานที่สาธารณะ จำนวน 12 กลุ่มเป้าหมาย โดยจัดอบรมกลุ่มเป้าหมายเพื่อชี้แจงแนวทางการพัฒนาส้วมสาธารณะให้ได้มาตรฐาน จัดให้มีสื่อประชาสัมพันธ์ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทุกแห่ง จากนั้นอาสาสมัครสาธารณสุขของกรุงเทพมหานครเข้าดำเนินการสำรวจส้วมสาธารณะให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ หากพบสถานที่ใดไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานจะแจ้งให้แก้ไขและปรับปรุงต่อไป
สำหรับรางวัลชนะเลิศแต่ละประเภทมีดังนี้ ประเภทศาสนสถาน ได้แก่ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ประเภทโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ได้แก่ โรงเรียนวัดปทุมวนาราม ประเภทอาชีวศึกษา ได้แก่ โรงเรียนดุสิตพณิชยการ ประเภทมหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ประเภทสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ได้แก่ สน.ปตท.ทางด่วน บางนาขาเข้า ประเภทตลาดสด ได้แก่ ตลาดสามย่าน ประเภทสถานีขนส่ง ได้แก่ สถานีรถไฟหลักสี่ ประเภทร้านอาหาร ได้แก่ ร้านอาหารอาจารย์มัลลิการ์ ประเภทโรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลพญาไท 1 ประเภทศูนย์การค้า ได้แก่ บ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด สาขารามคำแหง ประเภทแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ บ.สยามพาร์คซิตี้ จำกัด (สวนสยาม) และประเภทสถานที่ราชการ ได้แก่ สำนักงานเขตคลองสามวา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)